Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 551

เล่ม มมร. 37 หน้า 551 ข้อ 141
ศาสดาทรงอนุญาตบรรพชาไซร้ ข้อนั้นเป็นการดี แต่ถ้าพระองค์ จักไม่ทรงอนุญาตไซร้ จักมีความครหาอย่างใหญ่หลวง จึงไม่ อาจจะเข้าไปยังวิหาร ได้ยินทรงกรรแสงอยู่. บทว่า กึ นุ ตวํ โคตมิ ความว่า ความวิบัติแห่งราชตระกูล เกิดขึ้นแล้วหรือหนอ เพราะเหตุไรหนอ พระองค์ทรงภาวะ แปลกไปอย่างนี้ คือมีเท้าบวม ฯลฯ ประทับยืนอยู่แล้ว ฯลฯ บทว่า อญฺเนปิ ปริยาเยน ได้แก่ แม้โดยเหตุอื่น. พระอานนท์กล่าว พระคุณของพระนางมหาปชาบดีนั้นด้วยคำมีอาทิว่า พระนาง- มหาปชาบดีนั้นด้วยคำมีอาทิว่า พระนางมหาปชาบดีมีอุปการะมาก พระเจ้าข้า ดังนี้ เมื่อจะทูลขอบรรพชาอีกครั้ง จึงได้ทูลอย่างนั้น. แม้พระศาสดาก็ทรงพระดำริว่า ธรรมดาว่าสตรีทั้งหลาย มีปัญญาน้อย เมื่อเราอนุญาตการบรรพชาด้วยเหตุเพียงถูกขอ ครั้งเดียวเท่านั้น ก็จะไม่ถือเอาคำสั่งสอนของเราให้หนักแน่น ดังนี้แล้ว จึงทรงห้าม ๓ ครั้ง บัดนี้ เพราะเหตุที่เธอประสงค์จะ ถือเอาคำสอนของเราให้หนักแน่น จึงตรัสคำมีอาทิว่า ดูก่อนอานนท์ ถ้ามหาปชาบดีโคตมีจะยอมรับครุธรรม ๘ ประการไซร้ การรับ ครุธรรมนั้นแหละ จงเป็นอุปสมบทของเธอ. บรรดาเหล่านั้น บทว่า สาวสฺสา ความว่า การรับครุธรรมนั้นแหละเป็นทั้งบรรพชา เป็นทั้งอุปสมบทของเธอ. บทว่า ตทหุปสมฺปนฺนสฺส แปลว่าผู้อุปสมบทในวันนั้น. บทว่า อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺานํ อญฺชลิกมฺมํ สามีจิกมฺมํ กาตพฺพํ ความ ภิกษุณีไม่กระทำการดูถูกตนเองและดูหมิ่นผู้อื่น กระทำการกราบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka