ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ กระทำการลุกขึ้นด้วยอำนาจลุกขึ้นจาก
อาสนะออกไปต้อนรับ รวมนิ้วทั้ง ๑๐ แล้วไหว้. การกระทำสามี-
จิกรรม กล่าวคือกรรมอันสมควร มีการปูอาสนะ และการพัดวี
เป็นต้น ๑. บทว่า อภิกฺขเก อาวาเส ความว่า ไม่มีอาจารย์ให้
โอวาท โดยไม่มีอันตราย สำหรับนางภิกษุณีผู้อยู่ในอาวาสใด
อาวาสนะชื่อว่าอาวาสไม่มีภิกษุ. ภิกษุณีไม่ควรเข้าจำพรรษา
ในอาวาสเห็นปานนี้. บทว่า อนฺวฑฺฒมาสํ แปลว่า ทุกอุโบสถ.
บทว่า โอวาทูปสงฺกมน แปลว่า เข้าไปเพื่อต้องการโอวาท. บทว่า
ทิฏฺเน แปลว่า โดยเห็นด้วยตา. บทว่า สุเตน แปลว่า โดยได้ฟัง
ด้วยหู. บทว่า ปริสงฺกาย แปลว่า โดยรังเกียจด้วยการเห็นและ
การฟัง. บทว่า ครุธมฺมํ ได้แก่ อาบัติหนัก คือ อาบัติสังฆาทิเลส
บทว่า ปกฺขมานตฺตํ ได้แก่ ภิกษุณีพึงประพฤติมานัต ๑๕ วันเต็ม.
บทว่า ฉสุ ธมฺเมสุ ได้แก่ ในสิกขาบททั้งหลาย มีวิกาลโภชน-
สิกขาบทเป็นที่ ๖. บทว่า สิกฺขิตสิกฺขาย ได้แก่ บำเพ็ญสิกขาโดย
ไม่ให้ขาดแม้สิกขาบทเดียว. บทว่า อกฺโกสิตพฺโพ ปริภาสิตพฺโพ
ความว่า ภิกษุณีไม่พึงด่าภิกษุด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐ ประการ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่พึงบริภาษด้วยการบริภาษอย่างใดอย่างหนึ่ง
อันอ้างถึงสิ่งที่น่ากลัว. บทว่า โอวโฏ ภิกฺขุนีนํ ภิกขูสุ วจนปโถ
ความว่า คลองแห่งถ้อยคำกล่าวคือ โอวาทิ อนุศาสนี และธรรมกถา
อันภิกษุณี ห้ามปิดในภิกษุทั้งหลาย คือภิกษุณีไม่ควรโอวาท
ไม่ควรอนุศาสน์ภิกษุไร ๆ แต่ภิกษุณีควรจะกล่าวตามประเพณี
อย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า พระเถระในปางก่อนได้บำเพ็ญวัตรเช่นนี้ ๆ มา.