Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 553

เล่ม มมร. 37 หน้า 553 ข้อ 141
บทว่า อโนวโฏ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีส วจนปโถ ความว่า ภิกษุทั้งหลาย ไม่ห้ามคำอันเป็นคลองในภิกษุณีทั้งหลายคือ ภิกษุทั้งหลายจง โอวาท จงอนุศาสน์ จงกล่าวธรรมกถาตามชอบใจ ความสังเขป ในข้อนี้มีดังว่ามานี้. แต่เมื่อว่าโดยพิสดาร กถาว่าด้วยครุธรรมนี้ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในอรรถกถาพระวินัย ชื่อว่าสมันต- ปาสาทิกานั้นแล. โทมนัสอย่างใหญ่หลวงของพระนางปชาบดี สงบลงทันที เพราะได้ฟังครุธรรม ๘ ประการนี้ที่พระเถระเรียนในสำนัก พระศาสดาแล้วมาทูลแก่พระนาง พระนางปราศจากความกระวน กระวาย มีใจชื่นชมยินดี ประหนึ่งว่าโสรจสรงลงบนกระหม่อม ด้วยน้ำเย็น ๑๐๐ หม้อ ที่นำมาจากสระอโนดาด เมื่อจะทำให้แจ้ง ซึ่งปิติและปราโมทย์ที่เกิดขึ้นเพราะรับครุธรรม จึงได้เปล่งอุทาน มีอาทิว่า เสยฺยถาปิ ภนฺเต ดังนี้ บทว่า กุมฺภตฺเถนเภหิ ความว่า อันโจรผู้จุดไฟในหม้อแล้ว เลือกเอาสิ่งของในเรือนของผู้ชื่นด้วยแสงสว่างนั้นขโมยไป. บทว่า เสตฏฐิกา นาม โรคชาติ ความว่า รวงข้าวแม้ออกจากต้นข้าว ที่ถูกหนอนตัวเล็ก ๆ เจาะถึงกลางก้านก็ไม่อาจถือเอาน้ำนม (คือ ให้น้ำนม) ได้. บทว่า มญฺเชฏฺกา นามโรคชาติ ได้แก่ ภายใน ลำต้นอ้อยมีสีแดง. ก็ด้วยบทว่า มหโต ตฬากสฺส ปฏิกจฺเจว ปาลึ นี้ พระผู้มี- พระภาคเจ้าทรงแสดงความนี้ไว้ว่า เหมือนอย่างว่า เมื่อเขาไม่ พูนคันกั้นสระใหญ่ น้ำสักหน่อยหนึ่งก็ไม่ขังอยู่เลย แต่เมื่อเขา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka