๒. โอวาทสูตร
[๑๔๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ
กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี ครั้งนั้นแล ท่าน-
พระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ถวาย
บังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุประกอบด้วยธรรม
เท่าไรหนอแล สงฆ์สมมติให้เป็นผู้สอนนางภิกษุณี.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ ภิกษุประกอบ
ด้วยธรรม ๘ ประการ สงฆ์พึงสมมติให้ทูลถามพระผู้มี-
ธรรม ๘ ประการเป็นไฉน ดูก่อนอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้มีศีล ฯลฯ สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ๑ เป็น
พหูสูต ฯลฯ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิ ๑ จำปาติโมกข์ทั้ง ๒ ได้โดย
พิสดาร จำแนกแจกแจงวินิจฉัยได้ถูกต้อง ทั้งโดยสูตรและโดย
พยัญชนะ ๑ เป็นผู้มีวาจางามกล่าวถ้อยคำไพเราะ ประกอบด้วย
วาจาของชาวเมืองอันสละสลวย ไม่มีโทษ ให้รู้ประโยชน์ ๑ เป็น
ผู้สามารถเพื่อชี้แจงภิกษุณีสงฆ์ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทานให้อาจหาญ
ร่าเริงด้วยธรรมมีกถา ๑ เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของภิกษุณีทั้งหลาย
โดยมาก ๑ ไม่เคยต้องอาบัติหนัก กับนางภิกษุณีผู้บวชอุทิศเฉพาะ
พระผู้มีพระภาคเจ้านุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ๑ เป็นผู้มีพรรษา ๒๐
หรือเกินกว่า ๑ ดูก่อนอานนท์ ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๘ ประการ
นี้แล สงฆ์พึงสมมติให้เป็นผู้สอนนางภิกษุณี.
จบ โอวาทสูตรที่ ๒