Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 569

เล่ม มมร. 37 หน้า 569 ข้อ 145
ดูก่อนพราหมณ์ ก็จาคสัมปทาเป็นไฉน กุลบุตรในโลกนี้ มีจิตปราศจากความตระหนี่ อยู่ครองเรือน มีจาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามือชุม ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกทาน ดูก่อนพราหมณ์ นี้เรียกว่าจาคสัมปทา. ดูก่อนพราหมณ์ ก็ปัญญาสัมปทาเป็นไฉน กุลบุตรในโลกนี้ เป็นผู้มีปัญญา ฯลฯ นี้เรียกว่าปัญญาสัมปทา ดูก่อนพราหมณ์ ธรรม ๔ ประการนี้แล ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ในภายหน้าแก่กุลบุตร. คนหมั่นในการทำงาน ไม่ประมาท จัด การงานเหมาะสม เลี้ยงชีพพอเหมาะ ตามรักษา ทรัพย์ที่หามาได้ มีศรัทธาถึงพร้อมด้วยศีล รู้ถ้อย คำ ปราศจากความตระหนี่ ชำระทางสัมปรายิก- ประโยชน์เป็นนิตย์ ธรรม ๘ ประการดังกล่าวมา นี้ ของผู้ครองเรือน ผู้มีศรัทธา อันพระพุทธเจ้า ผู้มีพระนามอันแท้จริง ตรัสว่า นำสุขมาให้ใน โลกทั้งสอง คือ ประโยชน์ในปัจจุบันนี้ และสุข ในภายหน้า บุญคือจาคะนี้ ย่อมเจริญแก่คฤหัสถ์ ด้วยประการฉะนี้. จบ อุชชยสูตรที่ ๕
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka