Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 602

เล่ม มมร. 37 หน้า 602 ข้อ 162
ครอบงำประการที่ ๖ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปใน ภายนอกแดง มีสีแดง รัศมีแดง แสงสว่างแดง ย่อมมีความสำคัญ อย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่อง ครอบงำประการที่ ๗ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปใน ภายนอกขาว มีสีขาว รัศมีขาว แสงสว่างขาว ย่อมมีความสำคัญว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำ ประการที่ ๘ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุเป็นเครื่องครอบงำ ๘ ประการนี้แล. จบ อภิภายตนสูตรที่ ๑๒ อรรถกถาอภิภายตนสูตรที่ ๕ อภิภายตสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า อภิภายตนานิ แปลว่า เหตุแห่งการครอบงำ. ครอบงำ อะไร ? ครอบงำธรรมอันเป็นข้าศึกบ้าง อารมณ์บ้าง. จริงอยู่ เหตุแห่งการครอบงำเหล่านั้น ย่อมครอบงำธรรมอันเป็นข้าศึก โดยภาวะเป็นปฏิปักษ์ ครอบงำอารมณ์โดยภาระที่บุคคลมีญาณ สูงยิ่งขึ้นไป. ก็ในคำว่า อชฺฌตฺตํ รูปสญฺี ดังนี้เป็นต้น ย่อมชื่อว่าเป็นผู้กำหนดรูปภายใน ด้วยอำนาจบริกรรมรูปภายใน. จริงอยู่ ภิกษุเมื่อกระทำบริกรรมนีลกสิณในภายใน ย่อมกระทำ ที่ผมที่ดี หรือที่ดวงตา. เมื่อกระทำบริกรรมปีตกสิณ ย่อมกระทำ ที่มันข้น ที่ผิวหนัง ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า หรือที่ตำแหน่งสีเหลืองของ ดวงตา. เมื่อจะกระทำบริกรรมโลหิตกสิณ ย่อมกระทำที่เนื้อ ที่โลหิต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka