Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 603

เล่ม มมร. 37 หน้า 603 ข้อ 162
ที่ลิ้น หรือที่ตำแหน่งที่มีสีแดงของดวงตา. เมื่อจะกระทำบริกรรม โอทาตกสิณ ย่อมกระทำที่กระดูก ที่ฟัน ที่เล็บ หรือที่ตำแหน่ง ที่มีสีขาวแห่งดวงตา. ก็สีนั้นเขียวสนิท เหลืองสนิท แดงสนิท ขาวสนิท ก็หาไม่ เป็นสีไม่บริสุทธิ์ทั้งนั้น. บทว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ความว่า บริกรรมอัน หนึ่งของภิกษุใด เกิดขึ้นในภายใน แต่นิมิตเกิดภายนอก ภิกษุ นั้นชื่อว่ากำหนดรูปภายใน ด้วยอำนาจบริกรรมภายใน และอัปปนา ภายนอก เรียกว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ แปลว่า รูปีบุคคล ผู้ได้รูปฌานผู้หนึ่ง ย่อมเห็นรูปภายนอก. บทว่า ปริตฺตานิ ได้แก่ ไม่ขยาย. บทว่า สุวณฺณานิ ทุพฺพณฺณานิ แปลว่า มีวรรณะดีหรือ วรรณะเลว. พึงทราบว่าตรัสอภิภายตนะนี้ ด้วยอำนาจปริตตารมณ์ นั่นเอง. บทว่า ตานิ อภิภุยฺย ความว่า คนผู้มีไฟธาตุดี ได้อาหาร เพียงทัพพีเดียว คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะพึงกินในอาหารนี้ จึงรวบมาทำให้เป็นคำเดียวกัน ฉันใด บุคคลมีญาณสูง มีญาณ แก่กล้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นด้วยคิดว่า จะมี ประโยชน์อะไรที่ เราจะพึงเข้าสมบัติในปริตตารมณ์นี้ นี้ไม่เป็น ความหนักใจสำหรับเรา ดังนี้แล้วจึงเข้าสมาบัติ อธิบายว่า ภิกษุ นั้นย่อมถึงอัปปนาในอารมณ์นี้ พร้อมกับทำนิมิตให้เกิดขึ้นนั่นแหละ. ก็ด้วยบทว่า ชานานิ ปสฺสานิ นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึง ความผูกใจของภิกษุ ก็แหละความผูกใจนั้นแล ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ ออกจากสมบัติ ไม่ใช่มีในภายในสมาบัติ. บทว่า เอวสญฺี โหติ ความว่า เป็นผู้มีความสำคัญอย่างนี้ ด้วยอาโภคสัญญาบ้าง ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka