Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 612

เล่ม มมร. 37 หน้า 612 ข้อ 166
อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถา และเมื่อเรากำลังพูดอยู่ พรหมเหล่านั้น ก็ไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็นเทวดาหรือมนุษย์พูดอยู่ ครั้นเราชี้แจงให้ เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วหายไป และเมื่อเราหายไปแล้ว พรหมเหล่านั้นก็ไม่รู้ว่า ใครหนอนี่ เป็น เทวดาหรือมนุษย์หายไปแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บริษัท ๘ จำพวก นี้แล. จบ ปริสสูตรที่ ๑๖ อรรถกถาปริสาสูตรที่ ๙ ปริสาสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า ขตฺติยปริสา ได้แก่ ชุมนุม คือสมาคมแห่งขัตติยบริษัท. ในบททั้งปวงก็นัยนี้. บทว่า อเนกสตํ ขตฺติยปริสํ ความว่า ขัตติย- บริษัทเช่น สมาคมแห่งพระเจ้าพิมพิสาร สมาคมแห่งพระญาติ และ สมาคมแห่งเจ้าลิจฉวีเป็นต้น การที่พระศาสดาเสด็จเข้าหาขัตติย- บริษัทเป็นต้น แม้ในจักรวาลอื่น ก็ย่อมมีได้เหมือนกัน. บทว่า สลฺลปิตปุพฺพํ ได้แก่ เคยทำการเจรจาปราศรัย. บทว่า สากจฺฉา ความว่า แม้ธรรมสากัจฉาเราก็เคยเข้าสนทนา. บทว่า ยาทิโก เต วณฺโณ ความว่า กษัตริย์เหล่านั้น เป็น คนผิวขาวก็มี เป็นคนผิวดำก็มี เป็นคนผิวสองสีก็มี พระศาสดามี พระฉวีวรรณดังทองอย่างเดียว. แต่คำนั้นตรัสอาศัยทรวดทรง. อนึ่ง เขาย่อมรู้จักกันว่าเป็นกษัตริย์ พราหมณ์เป็นต้น ก็ตรงทรวด ทรงของชนเหล่านั้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่พระผู้มีพระภาคเจ้ามิใช่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka