Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 621

เล่ม มมร. 37 หน้า 621 ข้อ 167
อรรถกถาภมิจาลสูตรที่ ๑๐ ภูมิจาลสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้:- ในบทว่า นิสีทนํ นี้ ท่านประสงค์เอาท่อนหนัง. บทว่า อุทฺเทนเจติยํ ท่านกล่าวหารที่เขาสร้างไว้ในที่อยู่ของอุทเทนยักษ์. แม้ในโคตมกเจดีย์เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า ภาวิตา แปลว่า เจริญแล้ว. บทว่า พหุลีกตา แปลว่า. กระทำให้มาก. บทว่า ยานีกตา แปลว่า ทำให้เป็นดุจยานที่เทียมแล้ว. บทว่า วตฺถุกตา แปลว่า ทำให้เป็นดุจที่ตั้ง เพราะอรรถว่าเป็นที่พึงอาศัย. บทว่า อนุฏฺิตา แปลว่า ตั้งไว้แล้ว. บทว่า ปริจิตา แปลว่า สั่งสมแล้ว โดยรอบ คือ เจริญดีแล้ว. บทว่า สุสมารทฺธา แปลว่า เริ่มไว้เป็นอย่างดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นตรัสโดยมิได้กำหนดอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงแสดงโดยกำหนดแน่นอนอีก จึงตรัสคำมีอาทิว่า ตถาคตสฺส โข ดังนี้. ก็ในที่นี้บทว่า กปฺปํ ได้แก่ อายุกัป (คือกำหนดอายุอย่าง สูงของคนในยุคนั้น ๆ). พระผู้มีพระภาคเจ้าพึงดำรงพระชนม์อยู่ ตลอดกำหนดอายุของคนทั้งหลายในสมัยนั้น ๆ อย่างเต็มที่. บทว่า กปฺปาวเสสํ วา ได้แก่ หรือเกิน ๑๐๐ ปีซึ่งได้ตรัสไว้ว่า "น้อย หรือยิ่งกว่า". แต่พระมหาสิวเถระกล่าวว่า ธรรมดาว่าพระพุทธะ ทั้งหลาย ย่อมไม่ทรงบันลือในที่มิใช่ฐานะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเข้าสมาบัติบ่อย ๆ ทรงข่มเวทนาใกล้ตายได้ พึงดำรงอยู่ได้ ตลอดภัทรกัปทีเดียว. ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่ดำรง อยู่ตลอดภัทรกัป ? ตอบว่า ขึ้นชื่อว่าสรีระที่มีใจครอง ถูกชรา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka