Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 622

เล่ม มมร. 37 หน้า 622 ข้อ 167
ลักษณะมีฟันหักเป็นต้นครอบงำ แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มีฟันหัก เป็นต้น ย่อมเสด็จปรินิพพานในอายุส่วนที่ ๕ (คือ ๒๐ ปี ที่ ๕) ในเวลาเป็นที่รักที่ชอบใจของมหาชนทีเดียว. ก็บรรดาพระมหาสาวก ผู้ตรัสรู้ตามเสด็จพระพุทธเจ้า พระมหาสาวกองค์หนึ่งปรินิพพาน แล้ว ย่อมพึงตั้งอยู่เหมือนตอไม้ หรือว่า พึงตั้งอยู่โดยมีภิกษุหนุ่ม และสามเณรห้อมล้อม แต่นั้นก็จะพึงถูกดูแคลนว่า โธ่เอ๋ย บริษัท ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ทรงดำรงอยู่. แม้เมื่อกล่าวไว้อย่างนี้ ข้อที่เรียกกาลว่าอายุกัปนี้นั่นแหละ ก็กำหนด ไว้ในอรรถกถาแล้ว. บทว่า ตํ ในคำว่า ยถาตํ มาเรน ปริยุฏฺิตจิตฺโต นี้ เป็นเพียง นิบาต. อธิบายว่า ปุถุชนบางคนแม้อื่น มีจิตถูกมารดลใจ มีจิต ถูกมารครอบงำ ไม่สามารถจะรู้แจ้งได้ ฉันใด พระอานนท์ก็ไม่ สามารถจะรู้แจ้งได้ ฉันนั้นเหมือนกัน. เพราะมารย่อมครอบงำจิต ของท่านผู้ยังละวิปัลสาส ๑๒ ไม่ได้โดยประการทั้งปวง. พระเถระ ยังละวิปัลสาส ๔ ไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น มารจึงครอบงำจิตของท่าน. ถามว่า ก็มารนั้นเมื่อทำการดลจิตทำอย่างไร ? ตอบว่า ย่อมแสดง รูปารมณ์ที่น่ากลัวบ้าง ให้ได้ยินสัททารมณ์ที่น่ากลัวบ้าง แต่นั้น สัตว์ทั้งหลายได้เห็นภาพเช่นนั้น หรือได้ฟังเสียงเช่นนั้น ก็หมดสติ อ้าปาก มารก็สอดมือเข้าไปทางปากของสัตว์เหล่านั้นแล้วบีบหัวใจ แต่นั้น สัตว์ทั้งหลายก็หมดความรู้สึกตั้งอยู่ แต่มารนี้จักสามารถ หรือที่จะสอดมือเข้าทางปากของพระเถระ ก็ได้แต่แสดงอารมณ์ที่ น่ากลัว พระเถระได้เห็นอารมณ์นั้นเข้า จึงไม่รู้แจ้งนิมิตโอภาส.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka