และสุขแล้ว พึงกระทำให้มาก บรรลุอานิสงส์ในจตุตถฌานอัน
ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขแล้วพึงเสพโดยมาก ข้อนั้นเป็นฐานะที่จะมีได้
คือ จิตของเราพึงแล่นไป... ดูก่อนอานนท์ สมัยต่อมา เรานั้นเห็น
โทษในอุเบกขาและสุข... เสพโดยมาก ดูก่อนอานนท์ จิตของเรานั้น
จึงแล่นไป... ในเพราะจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ไม่มีสุข... เรานั้น
บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ ดูก่อนอานนท์ เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้
สัญญามนสิการอันสหรคตด้วยอุเบกขา... ฉะนั้น.
ดูก่อนอานนท์ เรานั้นได้มีความคิดว่า ไฉนหนอ เรา... พึง
บรรลุอากาสานัญจายตนฌาน... ดูก่อนอานนท์ จิตของเรานั้น ย่อม
ไม่แล่นไป... ในเพราะอากาสานัญจายตนฌาน เพราะพิจารณา
เห็นว่า นั่นสงบ ดูก่อนอานนท์ เรานั้นมีความคิดว่า อะไรหนอ
เป็นเหตุเป็นปัจจัยเรื่องให้จิตของเราไม่แล่นไป... ในเพราะอากา-
สานัญจายตนฌาน เมื่อพิจารณาเห็นว่า นั่นสงบ ดูก่อนอานนท์
เรานั้นได้มีความคิดว่า โทษในรูปฌานทั้งหลาย เราไม่เห็นและ
ไม่ได้ทำให้มาก อานิสงส์ในอากาสานัญจายตนฌาน เราไม่ได้
บรรลุและไม่ได้เสพโดยมาก เหตุนั้นจิตของเราจึงไม่แล่นไป...
ในเพราะอากาสานัญจายตนฌาน เพราะพิจารณาเห็นว่า นั่นสงบ
เรานั้นได้มีความคิดว่า ถ้าแลเราเห็นโทษในรูปฌานทั้งหลายแล้ว
พึงกระทำให้มาก บรรลุอานิสงส์ในอากาสานัญจายตนฌานแล้ว
พึงเสพโดยมาก ข้อนั้นเป็นฐานะที่จะมีได้ คือ จิตของเราพึงแล่น
ไป... ดูก่อนอานนท์ สมัยต่อมา เราเห็นโทษในรูปฌานทั้งหลาย...
เสพโดยมาก ดูก่อนอานนท์ จิตของเรานั้นจึงแล่นไป... ในเพราะ