Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 37 หน้าที่ 883

เล่ม มมร. 37 หน้า 883 ข้อ 245
อารมณ์ ย่อมเลื่อมใส ย่อมดำรงมั่นในบรรพชานั้น ย่อมพ้นจาก ธรรมอันเป็นข้าศึก. บทว่า เอตํ สนฺตนฺติ ปสฺสโต ได้แก่ ของภิกษุ ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ว่า เนกขัมมะนี้ สงบ คือ ปราศจากความกระวน กระวาย และความเร่าร้อน. บทว่า พหุนา ชเนน วิสภาโค ความว่า เนกขัมมะนั้น ของภิกษุทั้งหลายเป็นวิสภาค คือ ไม่เหมือนกับ มหาชน. บทว่า กถาปาภตํ คือเหตุที่พูดจากัน. บทว่า ตสฺส มยฺหํ อานนฺท เนกฺขมฺเม จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ ความว่า จิตของเราแม้ตรึก อยู่อย่างนี้นั้น ก็ยังไม่หยั่งลงในบรรพชา บทว่า เอตํ สนฺตนฺติ ปสฺสโต ความว่า แม้เห็นอยู่ว่า เนกขัมมะนี้สงบด้วยการตรึกอย่าง รอบคอบว่า เนกขัมมะดีแน่ดังนี้. บทว่า อนาเสวิโต ได้แก่ ไม่เสพ คือไม่ถูกต้องไม่ทำให้แจ้ง. บทว่า อธิคมฺม ได้แก่ ถึงคือบรรลุ ทำให้แจ้ง. บทว่า ตเมเสเวยฺยํ ได้แก่ พึงเสพ คือพึงพบอานิสงส์นั้น บทว่า ยมฺเม ได้แก่ ของเราด้วยเหตุใด. บทว่า อธิคมฺม แปลว่า บรรลุแล้ว. บทว่า สฺวาสฺส เม โหติ อาพาโธ ได้แก่ ชื่อว่าอาพาธ เพราะอรรถว่า เบียดเบียนเรา. บทว่า อวิตกฺเก จิตฺตตํ น ปกฺขนฺทติ ความว่า จิตย่อมไม่แล่นไปในทุติยฌานอันไม่มีวิตกและวิจารด้วย สามารถอารมณ์. บทว่า วิตกฺเกสุ ได้แก่ วิตกและวิจาร. คำที่เหลือ ในบททั้งปวงมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบ อรรถกถาตปุสสสูตรที่ ๑๐ จบ มหาวรรควรรณนาที่ ๔
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka