ชำระทั่วตัวแล้ว จึงนั่งกระทำสมณธรรม จิตจึงจะมีอารมณ์เป็นอัน
เดียว. บทว่า เยน เต ภิกฺขู ความว่า นัยว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลนั้น
ทรงดำริว่า พระสุคตประทับอยู่ไหน เสด็จมาตรวจดูทั่วบริเวณด้วยมีพระ-
ประสงค์จะเข้าไปทูลถาม ทอดพระเนตรเห็นเหล่าภิกษุผู้ถือบังสุกุลิกธุดงค์
กำลังจงกรม ณ ที่จงกรมใหญ่ เหมือนช้างในป่า จึงเสด็จเข้าไปหาภิกษุ
เหล่านั้น. ท่านหมายเอาข้อนั้นจึงกล่าวคำนี้ไว้.
บทว่า ทสฺสนกามา แปลว่า ต้องการจะเฝ้า. ภิกษุทั้งหลายหมาย
เอาพระคันธกุฎี จึงกล่าวว่า วิหาโร พระวิหาร. บทว่า อตรมาโน แปลว่า
ไม่รีบด่วน อธิบายว่า ค่อยๆ วางพระบาทลงบนที่พอควรแก่พระบาท มิ-
ให้ทรายอันเปรียบด้วยแก้วมุกดา หรือเถาย่างทรายอันเรียบเสมอกันดีต้อง
เสียหาย. บทว่า อาฬินฺทํ ได้แก่ ระเบียง. บทว่า อคฺคฬํ ได้แก่ บานประตู
บทว่า อุกฺกาสิตฺวา แปลว่า ทำเสียงกระแอม. บทว่า อาโกเฏหิ ท่าน
อธิบายว่า เอาปลายเล็บเคาะค่อย ๆ ใกล้ ๆ ช่องดาลนิดหน่อย. เขาว่าพวก
อมนุษย์ เคาะประตูสูงเกินไป พวกฑีฆชาติ [เช่นงู] เคาะต่ำเกินไป พระเจ้า
ปเสนทิโกสลเคาะอย่างนั้น พึงทรงเคาะตรงกลางใกล้ช่องดาล เพราะฉะนั้น
อาจารย์บางพวกแสดงกล่าวว่านี้เป็นธรรมเนียมการเคาะประตู.
บทว่า วิวริ ภควา ทฺวารํ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่เสด็จลุกขึ้น
ไปเปิดพระทวาร แต่ทรงเหยียบพระหัตถ์ตรัสว่า เปิดได้. แต่นั้น พระผู้มี-
พระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า เมื่อพระองค์ให้ทานมาหลายโกฏิกัป ไม่เคย
ทำงานเปิดประตูด้วยมือตนเอง พระทวารเปิดเอง แต่เพราะเหตุที่พระทวาร
นั้นเปิดด้วยพระหฤทัยของพระผู้มีพระภาคเจ้า ฉะนั้น จึงควรกล่าวว่า วิวริ
ภควา ทฺวาร พระผู้มีพระภาคเจ้า (มิได้เสด็จลุกขึ้นไป) ทรงเปิดพระทวาร.