Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 124

เล่ม มมร. 38 หน้า 124 ข้อ 30
บทว่า เมตฺตูปหารํ ได้แก่ การน้อมเข้าไปทางกายและวาจาอันประกอบ ด้วยเมตตา. บทว่า กตญฺญุตํ ความว่า ก็พระราชาพระองค์นี้ แต่ก่อนทรง มีพระสรีระอ้วน เสวยข้าวสุกทะนานหนึ่ง. ครั้นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประทานโอวาทแก่ท้าวเธออย่างนี้ว่า. มนุชสฺส สทา สติมโต มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน ตนุกสฺส ภวนฺติ เวทนา สณิกํ ชีรติ อายุปาลยํ คนผู้มีสติทุกเมื่อ รู้จักประมาณในโภชนะที่ได้ แล้ว เขาก็มีเวทนาเบาบาง อาหารที่บริโภค ก็ค่อย ๆ ย่อย รักษาอายุไว้ได้. ท้าวเธอตั้งอยู่ในพระโอวาทนี้ ลดอาหารทีละน้อย ๆ ทุก ๆ วัน จน คงที่อยู่ ตรงที่มีข้าวสุกหนึ่งทะนานเป็นอย่างสูงมาโดยลำดับ แม้พระวรกาย ของท้าวเธอก็เบามั่นคง ท้าวเธอทรงหมายเอาอุปการะที่พระผู้มีพระภาค- เจ้าทรงกระทำแล้วนั้นจึงกราบทูลว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เห็นความ กตัญญูกตเวทีแล. บทว่า อริยาเย ได้แก่ มรรคพร้อมกับวิปัสสนา. บทว่า พุทฺธสีโล ได้แก่ ผู้มีศีลอันจำเริญ. บทว่า อริยสีโล ได้แก่ ผู้ ประกอบด้วยศีลอันมิใช่ของปุถุชน. บทว่า กุสลสีโล ได้แก่ ผู้ประกอบ ด้วยศีลทั้งหลายอันไม่มีโทษ. บทว่า อารญฺโก ความว่า ท้าวเธอเมื่อ ทรงแสดงว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้เกิดก็เกิดในป่า แม้ตรัสรู้ก็ตรัสรู้ใน ป่า แม้อยู่ในพระคันธกุฎีเฉกเช่นเทพวิมาน ก็ประทับอยู่ในป่าเหมือน กัน จึงกราบทูลอย่างนี้. คำที่เหลือในทุก ๆ บท มีข้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาทุติยโกสลสูตรที่ ๑๐ จบมหาวรรคที่ ๓
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka