Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 38 หน้าที่ 581

เล่ม มมร. 38 หน้า 581 ข้อ 224
หรือยังมิได้ดื่ม ฉะนั้น ย่อมไม่ได้อานิสงส์ อาศัยบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จ ด้วยการฟัง. ครั้นไปยังโรงฟังธรรม ก็ไม่ฟังโดยเคารพ กลับนั่งหลับ พูดคุย ส่งใจไปในที่อื่น. ภิกษุนั้นเมื่อไม่ฟังธรรมโดยเคารพ รับ กรรมฐานแล้วก็ไม่อาจทำให้เจริญได้ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้เหินห่างจาก พระธรรม. บทว่า น วีถึ ชานาติ ความว่า ภิกษุนั้น ย่อมไม่รู้ชักตามความ จริง ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ว่า ทางนี้เป็นโลกิยะ ทางนี้ เป็นโลกุตระ ดังนี้ เหมือนนายโคบาลไม่รู้ทางและมิใช่ทางฉะนั้น. เมื่อ ไม่รู้ทาง ยึดมั่นทางอันเป็นโลกิยะแล้ว ไม่อาจทำทางที่เป็นโลกุตระให้ บังเกิดได้ ฯลฯ ย่อมเป็นผู้เหินห่างจากพระธรรม. บทว่า น โคจรกุสโล โหติ ความว่า ภิกษุนั้น ย่อมไม่รู้ตามความ เป็นจริง ซึ่งสติปัฏฐาน ๔ ว่า เหล่านี้เป็นโลกิยะ เหล่านี้เป็นโลกกุตระ เหมือนนายโคบาลผู้ไม่รู้จักวาระ ๕ วัน ๗ วัน เมื่อไม่รู้ ไม่น้อมญาณ ของตนเข้าไปในกรรมฐานอันสุขุมละเอียด ยึดมั่นในสติปัฏฐานอันเป็น โลกิยะ ก็ไม่อาจทำสติปัฏฐานที่เป็นโลกุตระให้บังเกิดได้ ฯลฯ ย่อมเป็น ผู้เหินห่างจากพระธรรม. บทว่า อนวเสสโทหี โหติ ความว่า ภิกษุนั้น เมื่อไม่รู้ประมาณ ในการรับ ชื่อว่าย่อมรีดโดยไม่มีส่วนเหลือ. ก็ในนิเทสวาระแห่งคำนั้น มีอธิบายดังต่อไปนี้. บทว่า อภิหฏฺฐุํ ปวาเรนฺติ ความว่า นำไปจำเพาะ ปวารณา. การนำไปโดยเฉพาะ มี ๒ อย่างคือ การนำไปโดยเฉพาะด้วย วาจา ๑ การนำไปโดยเฉพาะด้วยปัจจัย ๑. มนุษย์ทั้งหลายไปยังสำนัก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka