ภิกษุไม่แสดงอาการผิดปกติในเวลารับและในเวลาบริโภค ยังอัตภาพ
ให้เป็นไป ด้วยปัจจัยของตนนั้น ดีก็ตาม ไม่ดีก็ตาม ที่เขาถวายโดยเคารพ
และไม่เคารพก็ตาม เรียกว่า ผู้ยินดีด้วยของ ๆ ตน.
ของใด ได้มาแล้วมีอยู่แก่คน ของนั้นชื่อว่า มีอยู่. ภิกษุยินดีด้วย
ของมีอยู่นั้นนั่นแล ไม่ปรารถนาของนอกจากนั้น ละความเป็นผู้ปรารถนาเกิน
ส่วนเสีย [มักมาก] เรียกว่า ผู้ยินดีด้วยของมีอยู่.
การละความยินดียินร้าย ในอิฏฐารมณ์และอนิฎฐารมณ์ ชื่อว่า สม่ำ
เสมอ. ภิกษุยินดีในอารมณ์ทั้งปวงด้วยอาการสม่ำเสมอนั้น เรียกว่า ผู้ยินดี
ด้วยอาการสม่ำเสมอ.
ชื่อว่า สุภระ เพราะเขาเลี้ยงโดยง่าย. ท่านอธิบายว่าผู้ที่เขาเลี้ยงง่าย.
ภิกษุใด เมื่อมนุษย์เอาบาตรบรรจุเต็มด้วยข้าวสาลีเนื้อและข้าวสุกเป็นต้นถวาย
แล้ว แสดงภาวะหน้าเสีย และใจเสีย พูดว่า พวกท่านให้อะไร หมิ่นบิณฑ-
บาตนั้นต่อหน้าเขา ให้แก่สามเณรและคฤหัสถ์เป็นต้นเสีย ภิกษุนั้น ชื่อว่า
ทุพภระ ผู้ที่เขาเลี้ยงยาก. มนุษย์ทั้งหลายเห็นภิกษุนั้นแล้ว ก็ละเว้นเสียแต่
ไกลทีเดียว ด้วยกล่าวว่า ภิกษุเลี้ยงยาก ใครก็ไม่อาจเลี้ยงดูได้. ส่วนภิกษุใด
ได้ของปอนหรือประณีตอย่างใดอย่างหนึ่งน้อยหรือมาก มีใจดี หน้าตาผ่องใส
ยังอัตภาพให้เป็นไปภิกษุนั้นชื่อว่าสุภระผู้เลี้ยงง่าย. มนุษย์ทั้งหลายเห็นภิกษุ
นั้น เป็นผู้สนิทสนม ก็ปฏิญาณรับเลี้ยงว่า พระคุณเจ้าของเราเลี้ยงง่าย ภิกษุ
เห็นปานนี้ ท่านประสงค์ว่าเป็นสุภระ<ผู้เลี้ยงง่าย ในที่นี้.
กิจของภิกษุนั้นน้อยเหตุนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่าอัปปกิจจะผู้มีกิจน้อย
มิใช่ผู้ขวนขวายด้วยกิจมากอย่างเช่น เพลินงาน เพลินคุย เพลินคลุกคลีเป็นต้น
อีกอย่างหนึ่ง เป็นผู้เว้นกิจ มีงานก่อสร้าง การบริโภคของสงฆ์ การสั่งสอน