Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 52

เล่ม มมร. 40 หน้า 52 ข้อ 11
โดยที่แท้ การที่จะนับเหล่าสัตว์ซึ่งทำใจให้เลื่อมใสในเราแล้วเกิดในสวรรค์ ย่อมไม่มี." มหาชนได้เป็นผู้เกิดความสงสัยแล้ว. ลำดับนั้น พระศาสดาทรงทราบความที่มหาชนนั้นไม่สิ้นความ สงสัย ได้ทรงอธิษฐานว่า " ขอมัฏฐกุณฑลีเทวบุตร จงมาพร้อมด้วย วิมานทีเดียว." เธอมีอัตภาพอันประดับแล้วด้วยเครื่องอาภรณ์ทิพย์ สูง ประมาณ ๓ คาวุตมาแล้ว ลงมาจากวิมาน ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้ยืน ณ ที่ควรข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น พระศาสดาเมื่อจะตรัสถามเธอว่า "ท่านทำกรรมสิ่งไร จึงได้สมบัตินี้" ได้ตรัสพระคาถาว่า "เทพดา ท่านมีกายงามยิ่งนัก ยืนทำทิศ ทั้งสิ้นให้สว่าง เหมือนดาวประจำรุ่ง, เทพ ผู้มีอานุภาพมาก เราขอถามท่าน (เมื่อ) ท่าน เป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้." เทพบุตรกราบทูลว่า "พระองค์ผู้เจริญ สมบัตินี้ข้าพระองค์ได้ แล้ว เพราะทำให้ให้เลื่อมใสในพระองค์." ศ. สมบัตินี้ ท่านได้แล้ว เพราะทำใจให้เลื่อมใสในเราหรือ ? ท. พระเจ้าข้า. มหาชนแลดูเทพบุตรแล้ว ได้ประกาศความยินดีว่า "แน่ะพ่อ ! พุทธคุณน่าอัศจรรย์จริงหนอ บุตรของพราหมณ์ ชื่อว่า อทินนปุพพกะ ไม่ได้ทำบุญอะไร ๆ อย่างอื่น ยังใจให้เลื่อมใสพระศาสดาแล้ว ได้ สมบัติเห็นปานนี้."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka