Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 62

เล่ม มมร. 40 หน้า 62 ข้อ 11
จึงกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ โทษของผมไม่มี, ผมไม่ทราบว่าท่านนอน แล้วอย่างนั้น. ผมเข้ามาด้วยคิดว่า ' แม้ทีแรกความผิดของเรามีอยู่, เดี๋ยวนี้ เราจักเข้าไปโดยทางเท้าท่าน' ดังนี้ ขอท่านจงอดโทษแก่ผมเถิด." ดาบสทั้งสองต่างสาปกัน ท. ชฎิลโกง เราจะสาปท่าน. น. ท่านอาจารย์ ท่านอย่าทำอย่างนี้เลย. เธอมิเอื้อเฟื้อถ้อยคำของนารทดาบสนั้น ยังขืนสาปนารทดาบสนั้น ( ด้วยคาถา ) ว่า "พระอาทิตย์ มีรัศมีตั้ง ๑,๐๐๐ มีเดชตั้ง ๑๐๐ มีปกติกำจัดความมืด, พอพระอาทิตย์ขึ้นมาใน เวลาเช้า ขอศีรษะของท่านจงแตกออก ๗ เสี่ยง." นารทดาบส กล่าวว่า " ท่านอาจารย์ โทษของผมไม่มี เมื่อ กำลังพูดอยู่ทีเดียว ท่านได้สาปแล้ว. โทษของผู้ใดมีอยู่ ขอศีรษะของ ผู้นั้นจงแตก, ของผู้ไม่มีโทษ จงอย่าแตก" ดังนี้แล้ว ได้สาป (ด้วย คาถา) ว่า " พระอาทิตย์ มีรัศมีตั้ง ๑,๐๐๐ มีเดชตั้ง ๑๐๐ มีปกติกำจัดความมืด, พอพระอาทิตย์ขึ้นมาใน เวลาเช้า ขอศีรษะของท่านจงแตกออก ๗ เสี่ยง." และนารทดาบสนั้น มีอานุภาพใหญ่ ตามระลึกชาติได้ ๘๐ กัลป์ คือ ในอดีตกาล ๔๐ กัลป์ ในอนาคตกาล ๔๐ กัลป์. เพราะเหตุนั้นท่านคิด ว่า "ความสาปจักตกในเบื้องบนแห่งใครหนอแล ?" ดังนี้ เมื่อใคร่ครวญ ไป ก็ทราบว่า "จักตกในเบื้องบนแห่งอาจารย์" อาศัยความกรุณาใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka