นั้นแล้ว กลับมาทูลบอกความเป็นไปนั้น. ครั้งนั้น พระดาบสตรัสเรียก
พระมารดาของกุมารนั้นมาแล้ว ตรัสว่า "นางผู้เจริญ หล่อนจงให้ข่าว
สาสน์แก่บุตรของหล่อน, เขาไปจากที่นี่เทียว จักเป็นพระเจ้าแผ่นดิน."
พระราชเทวี ตรัสเรียกพระโอรสมาแล้ว ตรัสว่า " เจ้าเป็นลูกของพระเจ้า
ปรันตปะในกรุงโกสัมพี. นกหัสดีลิงค์ นำเรามาทั้งที่มีครรภ์" ดังนี้แล้ว
ตรัสบอกชื่อของเสนาบดีเป็นต้น แล้ว ตรัสว่า "เมื่อเขาพากันไม่เชื่อ
เจ้าพึงเอาผ้ากัมพลอันเป็นพระภูษาห่ม และพระธำมรงค์อันเป็นเครื่อง
ประดับของพระบิดานี้ แสดง" ดังนี้ จึงส่งไปแล้ว.
พระกุมารจึงทูลถามพระดาบสว่า "บัดนี้ หม่อมฉันจะทำอย่างไร ?"
ดาบสกล่าวว่า "เจ้าจงนั่งกิ่งข้างล่างแห่งต้นไม้ ร่ายมนต์บทนี้
ดีดสายพิณสายนี้ ช้างนายฝูงน้อมหลังเข้ามาหาเจ้า เจ้านั่งบนหลังของ
มันเทียว จงไปยึดเอาราชสมบัติ."
พระกุมารนั้น ถวายบังคมพระราชบิดาพระราชมารดาแล้ว ทรง
ทำตามนั้นแล้ว นั่งบนหลังของช้างตัวที่มาแล้ว กระซิบบอกช้างว่า
" ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้าปรันตปะในกรุงโกสัมพี, ขอท่านจงยึดเอา
ราชสมบัติอันเป็นของบิดาให้แก่ข้าพเจ้าเถิด นาย." ช้าง นายฝูง ฟังคำ
นั้นแล้ว จึงร้องเป็นเสียงช้างว่า "ช้างจงมาประชุมกันหลาย ๆ พัน."
ช้างหลายพัน มาประชุมกันแล้ว. ร้องอีกว่า "ช้างแก่ ๆ จงถอยไป."
ช้างแก่พากันถอยไปแล้ว. ร้องอีกว่า " ช้างตัวเล็ก ๆ จงกลับไป."
แม้ช้างเหล่านั้น ก็พากันกลับแล้ว. พระกุมารนั้น อันช้างนักรบตั้งปลาย
พันพากันแวดล้อมแล้ว ถึงบ้านปลายแดนแล้ว ประกาศว่า " เราเป็น
ลูกพระเจ้าแผ่นดิน, ผู้ที่ปรารถนาสมบัติ จงมากับเรา." ตั้งแต่นั้นไป