Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 12

เล่ม มมร. 41 หน้า 12 ข้อ 14
มหาลิกุมาร เพื่อจะทรงแสดงศิลปะแก่เจ้าลิจฉวีทั้งหลาย ก็ทรง แสดงด้วยความอุตสาหะมาก. พระเนตรของพระองค์ได้แตกไปแล้ว. พวกเจ้าลิจฉวีปรึกษากันว่า "พุทโธ่เอ๋ย อาจารย์ของพวกเรา ถึงความ เสียพระเนตรแล้ว, พวกเราจะไม่ทอดทิ้งท่าน, จักบำรุงท่าน" ดังนี้แล้ว จึงได้ถวายประตู๑ ด้านหนึ่ง ซึ่งเก็บส่วยได้วันละแสนแก่มหาลิกุมารนั้น. พระองค์ทรงอาศัยประตูนั้น ให้โอรสของเจ้าลิจฉวี ๕๐๐ องค์ ทรงศึกษา ศิลปะ อยู่แล้ว. (ฝ่าย) พันธุลกุมาร เมื่อพวกตระกูลมัลลราชกล่าวว่า "ขอพันธุล- กุมารจงฟันไม้ไผ่เหล่านี้" ดังนี้แลั้ว ได้กระโดดขึ้นไปยังอากาศ (สูง) ถึง ๘๐ ศอก เอาดาบฟันมัดไม้ไผ่ ๖๐ ลำ ที่พวกเจ้ามัลละเอาไม้ไผ่ ๖๐ ลำใส่ซี่เหล็กในท่ามกลางแถ้ว ให้ยกขึ้นตั้งไว้ ( ขาดกระเด็น ) ไปแล้ว. พันธุลกุมารนั้นได้ยินเสียงดัง "กริก" ของซี่เหล็กในมัด สุดท้าย (จึง) ถามว่า " นี่อะไร ? " ได้ยินว่า เขาเอาซี่เหล็กใส่ใน ไม้ไผ่ทุกมัดแล้ว จึงทิ้งดาบ ร้องไห้พลางพูดว่า "บรรดาญาติและเพื่อน ของเราประมาณเท่านี้ แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นผู้มีความสิเนหา (ในเรา) มิได้บอกเหตุนี้ ( แก่เรา ); ก็หากว่า เราพึงรู้ไซร้, พึงฟันไม่ให้เสียง ซี่เหล็กดังขึ้นเลย" แล้วทูลแก่พระชนนีและพระชนกว่า "หม่อมฉันจัก ฆ่าเจ้ามัลละเหล่านี้แม้ทั้งหมดแล้วครองราชสมบัติ" อันพระชนนีและ พระชนกห้ามแล้ว โดยประการต่าง ๆ เป็นต้นว่า "ลูกเอ๋ย นี้ เป็น ราชประเพณี, เจ้าไม่ได้เพื่อจะทำอย่างนั้น" จึงทูลว่า " ถ้ากระนั้น ๑. คำว่า "ประตู" หมายความว่าหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ทางประตูด้านหนึ่ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka