Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 249

เล่ม มมร. 41 หน้า 249 ข้อ 15
สมณะไม่ควรทำมานะและริษยา ครั้นในกาลที่พระสุธรรมเถระนั้นกลับมา พระศาสดา ประทาน ภิกษุผู้อนุทูตแก่เธอผู้นำมานะออกแล้ว ตรัสว่า "เธอจงไปเถิด, ไปกับ ภิกษุนี้ จงให้อุบาสกอดโทษ" ดังนี้แล้ว ตรัสว่า "ธรรมดาสมณะ ไม่ควรทำมานะหรือริษยาว่า 'วิหารของเรา, ที่อยู่ของเรา, อุบาสกของ เรา, อุบาสิกาของเรา, เพราะเมื่อสมณะทำอย่างนั้น เหล่ากิเลส มีริษยา และมานะเป็นต้น ย่อมเจริญ" เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึง ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า:- ๑๔. อสนฺตํ ภาวมิจฺเฉยฺย ปุเรกฺขารญฺจ ภิกฺขุสุ อาวาเสสุ จ อิสฺสริยํ ปูชา ปรกุเลสุ จ มเนว กตมญฺนฺตุ คิหี ปพฺพชิตา อุโภ มเมว อติวสา อสฺสุ กิจฺจากิจฺเจสุ กิสฺมิจิ อิติ พาลสฺส สงฺกปฺโป อิสฺสา มโน จ วฑฺฒตฺ. "ภิกษุผู้พาล พึงปรารถนาความยกย่องอันไม่ มีอยู่ ความแวดล้อมในภิกษุทั้งหลาย ความเป็นใหญ่ ในอาวาส และการบูชาในตระกูลแห่งชนอื่น ความ ดำริ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้พาลว่า 'คฤหัสถ์และ บรรพชิตทั้งสองจงสำคัญกรรม อันเขาทำเสร็จแล้ว เพราะอาศัยเราผู้เดียว จงเป็นไปในอำนาจของเรา เท่านั้น ในกิจน้อยใหญ่ กิจไร ๆ, ริษยาและมานะ ย่อมเจริญ (แก่เธอ)."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka