พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยกถาอะไรหนอ ?" เมื่อภิกษุเหล่านั้น กราบ
ทูลว่า "ด้วยกถาชื่อนี้." จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุแก่เหล่านั้น
ทำความเดือดร้อนแก่นางกาณา มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้น. แม้ในกาลก่อน
พวกเธอก็ทำแล้วเหมือนกัน; อนึ่ง เราได้ทำให้นางกาณาทำตามถ้อยคำ
ของเรา มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น, ถึงในกาลก่อน เราก็ทำแล้วเหมือนกัน
อันพวกภิกษุผู้ใคร่จะฟังเนื้อความนั้น ทูลวิงวอนแล้วจึงตรัสพัพพุชาดกนี้๑
โดยพิสดารว่า:-
" แมวตัวหนึ่งได้หนูและเนื้อในที่ใด, แมว
ตัวที่ ๒ ก็ย่อมเกิดในที่นั้น. ตัวที่ ๓ และตัว
ที่ ๔ ก็ย่อมเกิดในที่นั้น. แมวเหล่านั้นทำลาย
ปล่องนี้แล้ว (ถึงแก่ความตาย). "
แล้ว ทรงประชุมชาดกว่า " ภิกษุแก่ ๔ รูป (ในบัดนี้) ได้เป็นแมว
๔ ตัวในครั้งนั้น. หนูได้เป็นนางกาณา. นายช่างแก้ว คือเรานั่นเอง "
ดังนี้แล้ว ตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย แม้ในอดีตกาล นางกาณาได้
เป็นผู้มีใจหม่นหมอง มีจิตขุ่นมัวอย่างนั้น (แต่ ) ได้เป็นผู้มีจิตผ่องใส
เหมือนห้วงน้ำมีน้ำใส เพราะคำของเรา เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดง
ธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:-
๗. ยถาปิ รหโท คมฺภีโร วิปฺปสนฺโน อนาวิโล
เอวํ ธมฺมานิ สุตฺวาน วิปฺปสีทนฺติ ปณฺฑิตา.
" บัณฑิตทั้งหลาย ฟังธรรมแล้ว ย่อมผ่องใส
เหมือนห้วงน้ำลึก ใสแจ๋ว ไม่ขุ่นมัว ฉะนั้น. "
๑. ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๔. อรรถกถา. ๒/๓๖๔.