Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 362

เล่ม มมร. 41 หน้า 362 ข้อ 16
บทว่า จิตฺตเกฺลเสหิ ความว่า พึงทำตนให้ขาวผ่อง คือให้ บริสุทธิ์จากนิวรณ์ ๕. บทว่า สมฺโพธิยงฺเคสุ ได้แก่ ในธรรมเป็นองค์เครื่องตรัสรู้. บาทพระคาถาว่า สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ ความว่า (ชน เหล่าใด) อบรม คือเจริญจิตด้วยดีแล้ว ตามเหตุ คือตามนัย. บาทพระคาถาว่า อาทานปฏินิสฺสคฺเค ความว่า ความยึดถือ ตรัสเรียกว่า ความถือมั่น, ชนเหล่าใด ไม่ถืออะไร ๆ ด้วยอุปาทาน ๔ ยินดีแล้วในการไม่ถือมั่น กล่าวคือการเลิกละความยึดถือนั้น. บทว่า ชุติมนฺโต ความว่า ผู้มีอานุภาพ คือผู้ยังธรรมต่างโดย ขันธ์เป็นต้นให้รุ่งเรือง แล้วดำรงมั่นอยู่ ด้วยความรุ่งเรืองคือญาณอัน กำกับด้วยอรหัตมรรค. สองบทว่า เต โลเก เป็นต้น ความว่า ชนเหล่าชั้นชื่อว่า ดับสนิทแล้ว ในขันธาทิโลกนี้ คือปรินิพพานแล้ว ด้วยปรินิพพาน ๒ อย่าง คือด้วยปรินิพพานที่ชื่อว่าสอุปาทิเสส เพราะกิเลสวัฏอันตน ให้สิ้นไปแล้ว ตั้งแต่เวลาที่บรรลุพระอรหัต และด้วยปรินิพพานที่ชื่อว่า อนุปาทิเสส เพราะขันธวัฏอันตนให้สิ้นไปแล้ว ด้วยดับจริมจิต คือถึง ความหาบัญญัติไม่ได้ ดังประทีปหาเชื้อมิได้ฉะนั้น. ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดา- ปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล. เรื่องภิกษุอาคันตุกะ จบ. บัณฑิตวรรควรรณนา จบ. วรรคที่ ๖ จบ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka