Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 401

เล่ม มมร. 41 หน้า 401 ข้อ 17
บุตร เพราะฉะนั้น เมื่อกระผมเรียนว่า 'อุปติสสะ' ท่านผู้เจริญทั้งหลาย จึงไม่ทราบ. พวกภิกษุ. ก็เธอเป็นน้องชายของพระสารีบุตรเถระหรือ ? เรวตะ. อย่างนั้น ขอรับ. ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า "ถ้ากระนั้น มาเถิด พี่ชายของเธออนุญาต ไว้แล้วเหมือนกัน" ดังนี้แล้ว ก็ให้เปลื้องเครื่องอาภรณ์ของเขาออก ให้วางไว้ ณ ที่สุดแห่งหนึ่ง ให้เขาบวชแล้ว จึงส่งข่าวไปแก่พระเถระ. พระเถระ ฟังข่าวนั้นแล้ว จึงกราบทูลแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า " พระเจ้าข้า ภิกษุทั้งหลายส่งข่าวมาว่า ' ได้ยินว่า พวกภิกษุที่อยู่ป่าให้ เรวตะบวช' ข้าพระองค์ไปเยี่ยมเธอแล้วจึงจักกลับมา." พระศาสดา มิได้ทรงยอมให้ไป ด้วยพระดำรัสว่า "สารีบุตร จง ยับยั้งอยู่ก่อน." โดยการล่วงไป ๒-๓ วัน พระเถระก็ทูลลาพระศาสดา อีก. พระศาสดามิได้ทรงยอมให้ไป ด้วยพระดำรัสว่า "สารีบุตร จงยับยั้ง อยู่ก่อน แม้เราก็จักไป." เรวตสามเณรบรรลุพระอรหัต ฝ่ายสามเณรคิดว่า "ถ้าเราจักอยู่ในที่นี้ไซร้ พวกญาติจักให้คนติด ตามเรียกเรา ( กลับ)" จึงเรียนกัมมัฏฐานจนถึงพระอรหัตแต่สำนัก ของภิกษุเหล่านั้น ถือบาตรแลจีวร เที่ยวจาริกไปถึงป่าไม้สะแกในที่ ประมาณ ๓๐ โยชน์แต่ที่นั้น ในระหว่าง ๓ เดือนภายในพรรษานั่นแล บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย. แม้พระเถระปวารณาแล้ว ทูลลาพระศาสดาเพื่อต้องการไปในที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka