Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 454

เล่ม มมร. 41 หน้า 454 ข้อ 18
พระศาสดาทรงแสดงธรรมโปรดพราหมณ์ พระศาสดาตรัสถามว่า "ได้ยินว่า อย่างนั้นหรือ ?" เมื่อพราหมณ์ นั้นทูลว่า "อย่างนั้น พระโคดมผู้เจริญ" จึงตรัสว่า "พราหมณ์ การบำเรอไฟของท่านผู้บำเรอไฟอย่างนั้น ตั้ง ๑๐๐ ปี ย่อมไม่ถึงแม้ การบูชาสาวกของเรา เพียงขณะเดียว" เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๖. โย จ วสฺสสตํ ชนฺตุ อคฺคึ ปริจเร วเน เอกญฺจ ภาวิตตฺตานํ มุหุติตมปิ ปูชเย สา เยว ปูชนา เสยฺโย ยญฺเจ วสฺสสตํ หุตํ. "ก็สัตว์ใด พึงบำเรอไฟในป่า ตั้ง ๑๐๐ ปี, ส่วนเขา พึงบูชาท่านผู้มีตนอบรมแล้วผู้เดียว แม้ ครู่หนึ่ง, การบูชานั้นนั่นแลประเสริฐกว่า ( การบูชา ตั้ง ๑๐๐ ปี ของสัตว์นั้น) การบูชา ๑๐๐ ปี จะประเสริฐอะไรเล่า ?" แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชนฺตุ นี้ เป็นชื่อของสัตว์. บาทพระ- คาถาว่า อคฺคึ ปริจเร วเน ความว่า แม้เข้าไปสู่ป่า ด้วยปรารถนา ความเป็นผู้ไม่มีธรรมเครื่องเนิ่นช้า พึงบำเรอไฟในป่านั้น. คำที่เหลือ เช่นเดียวกับคำที่มีในก่อนนั้นแล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka