Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 394

เล่ม มมร. 42 หน้า 394 ข้อ 26
(และ)อันไม่เป็นที่รักในกาลไหน ๆ, (เพราะว่า) การ ไม่เห็นสัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก และการเห็นสัตว์ และสังขารอันไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์; เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่พึงกระทำสัตว์หรือสังขาร ให้เป็นที่รัก. เพราะความพรากจากสัตว์ และสังขารอันเป็นที่รักเป็น การต่ำทราม. กิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งหลาย ของ เหล่าบุคคลผู้ไม่มีอารมณ์อันเป็นที่รัก และไม่เป็นที่รัก ย่อมไม่มี." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อโยเค ความว่า ในสิ่งอันไม่ควรประกอบ คือการทำในใจโดยไม่แยบคาย. อธิบายว่า ก็การเสพอโคจร ๖ อย่าง ต่างโดยอโคจรมีอโคจรคือหญิงแพศยาเป็นต้น ชื่อว่าการทำในใจโดยไม่ แยบคายในที่นี้. บุคคลประกอบตนในการทำในใจโดยไม่แยบคายนั้น. บทว่า โยคสฺมึ ความว่า และไม่ประกอบ (ตน)ในโยนิโสมนสิการ อันผิดแผกจากอโยนิโสมนสิการนั้น. สองบทว่า อตฺถํ หิตฺวา ความว่า หมวด ๓ แห่งสิกขามีอธิสีลสิกขา เป็นต้น จำเดิมแต่กาล [แห่งตน] บวชแล้ว ชื่อว่าประโยชน์. ละเสียแล้ว ซึ่งประโยชน์นั้น. บทว่า ปิยคฺคาหี ความว่า ถือเอาอยู่ซึ่งอารมณ์อันเป็นที่รักกล่าว คือกามคุณ ๕ เท่านั้น. บทว่า ปิเหตตฺตานุโยคินํ ความว่า บุคคลเคลื่อนแล้วจากศาสนา เพราะความปฏิบัตินั้น ถึงความเป็นคฤหัสถ์แล้ว ภายหลังย่อมทะเยอทะยาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka