Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 433

เล่ม มมร. 42 หน้า 433 ข้อ 27
ว่า ' เทพดาองค์โน้นฆ่าภิกษุเสีย ก็อย่างนี้เหมือนกัน ' แล้วจักฆ่าภิกษุ ทั้งหลายเสีย; ก็ภิกษุนี้มีเจ้าของ เราจักต้องบอกกล่าวเธอแก่เจ้าของ ทีเดียว." ลดมือที่ยกขึ้นแล้ว ร้องไห้ไปสู่สำนักของพระศาสดา ถวาย บังคมแล้วยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะเธอว่า " ทําไมหรือ ? เทวดา " เขาทูลว่า " พระเจ้าข้า สาวกของพระองค์แหละ ทำกรรทชื่อนี้. แม้ ข้าพระองค์ก็ใคร่จะฆ่าเธอ แต่คิดข้อนี้ได้ จึงไม่ฆ่า แล้วรีบมาที่นี้เทียว " ดังนี้แล้ว กราบทูลเรื่องนั้นทั้งหมดโดยพิสดาร. พระศาสดาทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสว่า " ถูกแล้ว ๆ เทพดา เธอข่มความโกรธที่เกิดขึ้นอย่างนั้นไว้อยู่ เหมือนห้ามรถกำลังหมุนไว้ได้ ชื่อว่าทำความดีแล้ว " ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๒. โย เว อุปฺปติตํ โกธํ รถํ ภนฺติ ธารเย ตมหํ สารถิ พฺรูมิ รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโน. " ผู้ใดแล พึงสะกดความโกรธที่พลุ่งขึ้นเหมือน คนห้ามรถที่กำลังแล่นไปได้, เราเรียกผู้นั้นว่า ' สารถี ' ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก. " แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปติตํ ได้แก่ ที่เกิดขึ้นแล้ว. สองบทว่า รถํ ภนฺตํว ความว่า เหมือนอย่างนายสารถีผู้ฉลาด ห้ามรถที่แล่นอยู่โดยกำลังเร็ว หยุดไว้ได้ตามต้องการ ชื่อฉันใด; บุคคล ใด พึงสะกด คืออาจข่มความโกรธที่เกิดขึ้นไว้ได้ ก็ฉันนั้น. บทว่า ตมหํ ความว่า เราเรียกบุคคลนั้นว่า สารถี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka