Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 42 หน้า 469 ข้อ 27
ทางวาจา พึงละวจีทุจริตแล้ว ประพฤติสุจริตทาง วาจา; พึงละความกำเริบทางใจ, พึงเป็นผู้สำรวม ทางใจ, พึงละมโนทุจริตแล้ว ประพฤติสุจริตทางใจ, ธีรชนทั้งหลายสำรวมทางกาย, อนึ่งสำรวมทางวาจา, สำรวมทางใจ, ธีรชนเหล่านั้นแล ชื่อว่าสำรวม รอบคอบดีแล้ว. " แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กายปฺปโกปํ ได้แก่ พึงรักษากาย- ทุจริตสามอย่าง. สองบทว่า กาเยน สํวุโต ความว่า พึงห้ามการเข้าไปแห่งทุจริต ในกายทวาร สำรวมไว้แล้ว คือมีทวารปิดแล้ว; ก็เพราะบุคคลละกาย ทุจริตอยู่ประพฤติกายสุจริต ชื่อว่า ย่อมกระทำกรรมนั้น แม้ทั้งสองอย่าง; ฉะนั้น พระองค์จึงตรัสว่า " กายทุจฺจริตํ หิตฺวา กาเยน สุจริตํ จเร. " แม้ในคาถาเป็นลำดับไป ก็นัยนี้เหมือนกัน. บาทพระคาถาว่า กาเยน สํวุตา ธีรา ความว่า บัณฑิตเหล่าใด เมื่อไม่ทำกายทุจริตมีปาณาติบาตเป็นต้น ชื่อว่า สำรวมแล้วทางกาย, เมื่อ ไม่ทำวจีทุจริตมีมุสาวาทเป็นต้น ชื่อว่า สำรวมแล้วทางวาจา, เมื่อไม่ให้ มโนทุจริตมีอภิชฌาเป็นต้นตั้งขึ้น ชื่อว่า สำรวมแล้วทางใจ; บัณฑิต เหล่านั้น ชื่อว่า สำรวมรอบคอบดีแล้ว คือ รักษาดีแล้ว คุ้มครองดีแล้ว มีทวารอันปิดดีแล้ว ในโลกนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka