Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 58

เล่ม มมร. 43 หน้า 58 ข้อ 28
อยู่ว่า " คฤหบดี ท่านเป็นผู้กิริยวาทะ๑ จะไปสู่สำนักของพระสมณโคดม ผู้เป็นอกิริยวาทะ๓ เพราะเหตุไร ? ก็มิได้เชื่อถ้อยคำของพวกเดียรถีย์เหล่านั้น เทียว ไปแล้ว ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว นั่ง ณ ส่วนสุดข้างหนึ่ง. โทษของคนอื่นเห็นได้ง่าย ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสอนุบุพพีกถาแก่เศรษฐีนั้น. ในเวลาจบ เทศนา เศรษฐีนั้นบรรลุโสดาปัตติผล แล้วกราบทูลความที่ตนถูกพวก เดียรถีย์กล่าวโทษแล้วห้ามไว้แด่พระศาสดา. ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสกะ ท่านเศรษฐีนั้นว่า " คฤหบดี ขึ้นชื่อว่าสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่เห็นโทษของตน แม้มาก, ย่อมโปรยโทษของชนเหล่าอื่นแม้ไม่มีอยู่กระทำให้มี ราวกะบุคคล โปรยแกลบขึ้นในที่นั้น ๆ ฉะนั้น " ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:- ๑๐. สุทสฺสํ วชฺชมญฺเสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ ปเรสํ หิ โส วชฺชานิ โอปุนาติ ยถาภุสํ อตฺตโน ปน ฉาเหติ กลึว กิตวา สโ. "โทษของบุคคลเหล่าอื่นเห็นได้ง่าย, ฝ่ายโทษ ของตนเห็นได้ยาก; เพราะว่า บุคคลนั้น ย่อมโปรย โทษของบุคคลเหล่าอื่น เหมือนบุคคลโปรยแกลบ, แต่ว่าย่อมปกปิด (โทษ) ของตน เหมือนพรานนก ปกปิดอัตภาพด้วยเครื่องปกปิดฉะนั้น." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุทสฺสํ ความว่า โทษคือความพลั้ง- ๑. ผู้กล่าวว่า กรรมอันบุคคลทำแล้ว ชื่อว่าเป็นอันทำ. ๒. ผู้กล่าวว่า กรรมอันบุคคลทำแล้ว ว่า ไม่เป็นอันทำ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka