Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 228

เล่ม มมร. 43 หน้า 228 ข้อ 33
เราฉันนั้นเหมือนกัน " เมื่อทรงปรารภพระองค์แสดงธรรม ได้ทรงภาษิต พระคาถาเหล่านี้ ในนาควรรคว่า:- ๑. อหํ นาโคว สงฺคาเม จาปาโต ปติตํ สรํ อติวยากฺยนฺติติกฺขิสฺสํ ทุสฺสีโล หิ พหุชฺชโน. ทนฺตํ นยนฺติ สมิตึ ทนฺตํ ราชาภิรูหติ ทนฺโต เสฏฺโ มนุสฺเสสุ โยติวากฺยนฺติติกฺขติ. วรมสฺสตรา ทนฺตา โยติวากฺยนฺติติกฺข่ติ. กุญฺชรา จ มหานาคา อตฺตทนฺโต ตโต วรํ. " เราจักอดกลั้นคำล่วงเกิน เหมือนช้างอดทนต่อ ลูกศรที่ตกจากแล่งในสงครามฉะนั้น, เพราะชนเป็น อันมากเป็นผู้ทุศีล. ชนทั้งหลาย ย่อมนำสัตว์พาหนะ ที่ฝึกแล้วไปสู่ที่ประชุม, พระราชาย่อมทรงสัตว์ พาหนะที่ฝึกแล้ว, บุคคลผู้อดกลั้นคำล่วงเกินได้ ฝึก (ตน) แล้ว เป็นผู้ประเสริฐในมนุษย์ทั้งหลาย, ม้า อัสดร ๑ ม้าสินธพผู้อาชาไนย ๑ ช้างใหญ่ชนิด กุญชร ๑ ที่ฝึกแล้วย่อมเป็นสัตว์ประเสริฐ, แต่ บุคคลที่มีตนฝึกแล้ว ย่อมประเสริฐกว่า (สัตว์พิเศษ นั้น)." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นาโคว คือ เหมือนช้าง. สองบทว่า จาปาโต ปติตํ ความว่า หลุดออกไปจากธนู. บทว่า อติวากฺยํ ความว่า ซึ่งคำล่วงเกิน ที่เป็นไปแล้วด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka