Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 267

เล่ม มมร. 43 หน้า 267 ข้อ 34
ทุกข์นี้ เมื่อตัณหานุสัยอันบุคคลยังขจัดไม่ได้แล้ว ย่อมเกิดขึ้นร่ำไป แม้ฉันนั้น กระแส (แห่งตัณหา) ๓๖ อันไหลไปรนอารมณ์เป็นที่พอใจ เป็นธรรมชาติ กล้า ย่อมมีแก่บุคคลใด ความดำริทั้งหลายอันใหญ่ อาศัยราคะย่อมนำบุคคลนั้นผู้มีทิฏฐิชั่วไป กระแส (แห่งตัณหาทั้งหลาย) ย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง ตัณหาดุจเถาวัลย์แตกขึ้นแล้วย่อมตั้งอยู่ ก็ท่านทั้ง- หลายเห็นตัณหานั้น เป็นดังเถาวัลย์เกิดแล้ว จงตัด รากเสียด้วยปัญญา โสมนัสทั้งหลายที่ซ่านไป และ เปื้อนตัณหาดุจยางเหนียวย่อมมีแก่สัตว์ สัตว์ทั้ง- หลายนั้นอาศัยความสำราญ จึงเป็นผู้แสวงหาความ สุข นระเหล่านั้นแล ย่อมเป็นผู้เข้าถึงซึ่งชาติชรา หมู่สัตว์อันตัณหาผู้ทำความดิ้นรนล้อมไว้แล้ว ย่อม กระเสือกกระสน เหมือนกระต่ายอันนายพรานดักได้ แล้วฉะนั้น หมู่สัตว์ผู้ข้องอยู่ในสังโยชน์และกิเลส เครื่องข้อง ย่อมเข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ อยู่ช้านาน หมู่สัตว์ อันตัณหาผู้ทำความดิ้นรนล้อมไว้แล้ว ย่อมกระเสือก กระสนเหมือนกระต่ายที่นายพรานดักได้แล้วฉะนั้น เพราะเหตุนั้น ภิกษุหวังธรรมเป็นที่สำรอกกิเลสแก่ ตน พึงบรรเทาตัณหาผู้ทำความดิ้นรนเสีย. ๓. บุคคลใด มีอาลัยดุจหมู่ไม้อันตั้งอยู่ในป่า ออกแล้ว น้อมไปในป่า (คือตปธรรม) พ้นจากป่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka