Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 497

เล่ม มมร. 45 หน้า 497 ข้อ 260
อาศัยกาลนั้น เห็นอริยสาวกนั้น. ต่อจากนั้นอาศัยสมัย คือ เวลาที่ประจวบเข้า นั้น. ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า หมายเอาทุกสมัย. อธิบายว่า อาศัยสมัย นั้น ๆ ของท่านเหล่านั้น. บทว่า ยสฺมึ สมเย ความว่า ในสมัยที่พระอริยสาวกเห็นโทษใน กามทั้งหลาย โดยนัยมีอาทิว่า กามทั้งหลายอุปมาด้วยร่างกระดูก และโทษ ในการครองเรือน โดยนัยมีอาทิว่า การอยู่ครองเรือนคับแคบเป็นอย่างยิ่ง และเห็นอานิสงส์ในการออกบวช โดยนัยที่ตรงข้ามกับการอยู่ครองเรือนนั้น เป็นอย่างดี. เพราะว่าเมื่อนั้นแหละ จิตของพระอริยสาวกนั้น จะน้อมไปใน บรรพชาโดยส่วนเดียว. บทว่า อริยสาวโก ได้แก่ สาวกของท่านผู้ประเสริฐ คือพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า คืออริยสาวกผู้ประสงค์จะเข้าถึง ความเป็นสาวก หรือผู้จะเป็น (อริยสาวก) โดยแน่แท้. คำปรารภนี้ (เทวดากล่าว) หมายเอา พระสาวกและพระโพธิสัตว์ผู้มีภพสุดท้าย. บทว่า เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา ความว่า ปลงผมและหนวด คือนำออกไป. บทว่า กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา ความว่า นุ่งห่มผ้าอันเหมาะสมแก่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ชื่อว่า กาสายะ เพราะย้อมด้วยน้ำฝาด. บทว่า อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชาย เจเตติ ความว่า ตั้งใจคือหมายใจบวชว่า เราออกจากอาคารคือเรือนบวช เป็นบรรพชิตไม่มีเหย้าเรือน อธิบายว่า จักบวช. ก็เพราะเหตุที่กสิกรรมและ พาณิชยกรรมเป็นต้น ที่เป็นประโยชน์แก่การครองเรือน ท่านเรียกว่า อคาริยะ และกสิกรรมและพาณิชยกรรมนั้นไม่มีในการบรรพชา ฉะนั้น การบรรพชา พึงทราบว่า เป็นอนาคาริยะ ในคำว่า อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชาย เจเตติ นี้. บทว่า มาเรน ได้แก่ กิเลสมาร. บทว่า สงฺคามาย เจเตติ ความว่า ยังความคิดให้เกิดขึ้นเพื่อต้องการรบ คือเตรียมการเพื่อเอาชัยชนะ มาร ก็เพราะเหตุที่ แม้เทวบุตรมาร ย่อมพยายามเพื่อ (ทำ) อันตรายแก่บุคคล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka