Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 579

เล่ม มมร. 47 หน้า 579 ข้อ 382
ดุจพระจันทร์ที่ปราศจากมลทิน ว่าเป็น พราหมณ์. เรากล่าวผู้ล่วงทางอ้อม หล่มสงสาร โมหะเสียได้ เป็นผู้ข้ามถึงฝั่ง เพ่งฌาน ไม่หวั่นไหว ไม่มีความสงสัย ดับกิเลสได้ แล้วเพราะไม่ถือมั่น ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวผู้ละกามในโลกนี้ได้เด็ดขาด เป็นผู้ไม่มีเรือน บวชเสียได้ มีกามราคะ หมดสิ้นแล้ว ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวผู้ละตัณหาในโลกนี้ได้เด็ด- ขาด เป็นผู้ไม่มีเรือน งดเว้น มีตัณหาและ ภพหมดสิ้นแล้ว ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวผู้ละโยคะที่เป็นของมนุษย์ แล้วล่วงโยคะที่เป็นของทิพย์เสียได้ ผู้พราก แล้วจากโยคะทั้งปวง ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวผู้ละความยินดีและความไม่ ยินดี เป็นผู้เยือกเย็น หาอุปธิมิได้ ผู้ครอบงำ โลกทั้งปวง มีความเพียร ว่าเป็นพราหมณ์. เรากล่าวผู้รู้จุติและอุบัติของสัตว์ ทั้งทลาย โดยอาการทั้งปวง ผู้ไม่ข้อง ไปดี ตรัสรู้แล้ว ว่าเป็นพราหมณ์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka