Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 754

เล่ม มมร. 47 หน้า 754 ข้อ 415
ให้เลื่อมใส บุคคลนั้นเป็นผู้แสวงหาโทษ ย่อมโกรธเพราะความนินทา. ผู้พิจารณาปัญหาทั้งหลายกล่าววาทะ ใดของบุคคลนั้นอันตนไม่ทำให้เลื่อมใสแล้ว ว่าเป็นวาทะเสื่อมสิ้น บุคคลผู้มีวาทะเสื่อม แล้วนั้น ย่อมคร่ำครวญเศร้าโศก ทอดถอน ใจว่า ท่านผู้นี้กล่าวสูงเกินเราไป. ความวิวาทเหล่านี้เกิดแล้วในพวก สมณะ ความกระทบกระทั่งกัน ย่อมมีใน เพราะวาทะเหล่านี้ บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้นความทะเลาะกันเสีย ความสรรเสริญ และลาภ ย่อมไม่มีเป็นอย่างอื่นไปเลย. ก็หรือบุคคลนั้นกล่าววาทะในท่าม กลางบริษัท เป็นผู้อันบุคคลสรรเสริญแล้ว ในเพราะทิฏฐินั้น ย่อมรื่นเริง ใจสูงขึ้น เพราะต้องการชัยชนะและมานะนั้น ได้ถึง ความต้องการชัยชนะนั้นสมใจนึก. การยกตนของบุคคลนั้น เป็นพื้น ฐานะแห่งความกระทบกัน และบุคคลนั้น ย่อมกล่าวถึงการถือตัวและการดูหมิ่นผู้อื่น บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว พึงเว้นความทะ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka