Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 53 หน้าที่ 29

เล่ม มมร. 53 หน้า 29 ข้อ 386
มีรูปารมณ์เป็นต้น และมีธรรมารมณ์เป็นประเภท. บทว่า นํ ได้แก่ บุคคล. บทว่า สพฺเพหิ ได้แก่ ทั้งหมดคือแม้ทั้ง ๕. ท่านอธิบายไว้ว่า ไม่อาจรักษาคือคุ้มครองใจได้แก่มโนทวาร จากธรรม ๕ ประการ มีรูป เป็นต้นตามที่กล่าวแล้วนั้น และจากประเภทแห่งธรรมารมณ์ ด้วยการ ห้ามบาปกรรมที่เป็นไปในธรรมเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น คือเพราะไม่รักษา ใจนั้น ทุกข์อันมีการไม่รักษาใจนั้นเป็นเหตุ ย่อมติดตาม คือไปตาม บุคคลนั้น และเมื่อติดตามไป ย่อมติดตามไปด้วยธรรมแม้ทั้ง ๕ นี้ มี รูปารมณ์เป็นต้น กับอารมณ์ที่ ๖ (ธรรมารมณ์) แม้ทั้งหมด เป็น อารัมมณปัจจัย. ก็ในอธิการนี้ ท่านกล่าวจักขุนทรีย์และโสตินทรีย์ว่า ไม่ห้ามจัก- ขุนทรีย์และโสตินทรีย์ที่ไปอยู่ เพราะเป็นอินทรีย์ที่ยึดเอาอารมณ์ที่ยังไม่ ประจวบเข้า, อินทรีย์นอกจากนี้ ท่านกล่าวว่า เป็นอินทรีย์ที่ยึดถือเอา อารมณ์ที่ประจวบเข้า เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า หากว่าซ่องเสพกลิ่น ดังนี้. ก็แม้ในข้อนั้นก็พึงเห็นว่า ตัณหาในรส และตัณหาในโผฏฐัพพะ ยังหนาแน่นแก่สัตว์ทั้งหลายโดยพิเศษ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ผู้ กำหนัดในรส หวนระลึกถึงโผฏฐัพพะทั้งหลาย ดังนี้. พระเถระครั้นแสดงทุกข์ที่เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่คุ้มครองทวาร อันมี ความไม่สำรวมในอารมณ์ทั้ง ๖ โดยทวารทั้ง ๖ ด้วยประการอย่างนี้แล้ว เมื่อจะวิจัยสภาวะแห่งสรีระอันเป็นเหตุให้ความไม่สำรวมนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka