Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 277

เล่ม มมร. 54 หน้า 277 ข้อ 460
พระปฏาจาราเถรีแล้ว เข้าไปสถานที่อยู่ของตนแล้วนั่งขัดสมาธิ ตกลงใจว่า ข้าพเจ้าจักไม่เลิกนั่งขัดสมาธินี้ ตราบเท่าที่จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจาก อาสวะทั้งหลาย เพราะความไม่ถือมั่นคร่ำเคร่งวิปัสสนาโดยลำดับ ก็บรรลุ พระอรหัตมีอภิญญาและปฎิสัมภิทาเป็นบริวารตามลำดับแห่งมรรค ครั้นปัจจ- เวกขณญาณ ๑๙ อย่างดำเนินไป ก็เกิดโสมนัสว่า บัดนี้เราทำกิจเสร็จแล้ว ก็ กล่าวอุทานคาถาเหล่านี้ เหยียดเท้าออกไปในเวลาอรุณขึ้น ต่อแต่นั้น ราตรี สว่าง ก็ไปยังสำนักของพระเถรี ได้กล่าวซ้ำคาถาเหล่านี้ ด้วยเหตุนั้น พระ- อุตตราเถรีจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า กตา เต อนุสาสนี ข้าพเจ้าได้ทำตามคำ พร่ำสอนของท่านแล้ว. คำที่เหลือ มีนัยที่กล่าวมาในหนหลังหมดแล้ว. จบอรรถกถาอุตตราเถรีคาถา ๒. จาลาเถรีคาถา [๔๖๐] พระจาลาเถรี กล่าวคาถาอุทานว่า ข้าพเจ้าเป็นภิกษุณี ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วเข้า ไปตั้งสติไว้มั่น รู้แจ้งตลอดสันตบท อันเป็นเครื่อง เข้าไประงับสังขาร เป็นสุข. มารผู้มีบาป ถามว่า แม่นางศีรษะโล้น ทำตัวเหมือนสมณะ แม่นาง บวชเจาะจงใครหนอ. แก่นางไม่ชอบใจลัทธิเดียรถีย์ ทำไมแม่นางจึงยังงมงายประพฤติลัทธินี้เล่า. พระจาลาเถรี ตอบว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka