Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 328

เล่ม มมร. 54 หน้า 328 ข้อ 465
ทวีปพากันส่งทูตไปยังสำนักเศรษฐีว่า ขอจงให้ธิดาแก่เราเถิด พระราชาผู้ชื่อ ว่าไม่ส่งทูตไปไม่มีเลย ดังนั้นเศรษฐีจึงคิดว่า เราไม่อาจจะยึดเหนี่ยวน้ำพระทัย ของพระราชาได้ทั้งหมด แต่จำเราจักทำอุบายอย่างหนึ่งดังนี้แล้ว จึงเรียกธิดา มาถามว่า ลูกเอ๋ย บวชเสียได้ไหมลูก คำของบิดาได้เป็นประหนึ่งน้ำมันที่เคี่ยว แล้วร้อยครั้ง รดลงที่ศรีษะ เพราะนางมีภพสุดท้ายแล้ว เพราะฉะนั้นนางจึง ตอบบิดาว่า ลูกจักบวชจ้ะพ่อจ๋า. เศรษฐีนั้นก็ทำสักการะแก่นาง นำไปสำนัก ภิกษุณีแล้วให้บวช เมื่อนางบวชได้ไม่นานนัก วาระตามกาล [เวร] ในโรง อุโบสถก็มาถึง นางจุดประทีปแล้วกวาดโรงอุโบสถยืนถือนิมิตแห่งเปลวประทีป ตรวจดูบ่อย ๆ ก็ทำฌานที่มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ให้บังเกิด กระทำฌานนั้น นั่นแลให้เป็นบาท ก็บรรลุพระอรหัต แม้อภิญญาและปฏิสัมภิทา ก็สำเร็จ พร้อมกับพระอรหัตผลนั่นแล. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในคัมภีร์อปทาน๑ ว่า พระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้ทรงถึงฝั่ง แห่งธรรมทั้งปวง ผู้เป็นผู้นำ ทรงอุบัติในแสนกัปนับ แต่กัปนี้ไป. ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในสกุลเศรษฐีที่รุ่งโรจน์ด้วย รัตนะนานาชนิด ณ กรุงหังสวดีเปี่ยมด้วยความสุข เป็นอันมาก. ข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระมหาวีระพระองค์นั้น ฟัง พระธรรมเทศนา เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเกิดความ เลื่อมใสถึงพระชินพุทธเจ้าเป็นสรณะ. ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๕๙ อุบลวรรณาเถรีอุปทาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka