Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 334

เล่ม มมร. 54 หน้า 334 ข้อ 465
เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพระองค์เกิดในสกุลเศรษฐี ทรัพย์มาก ประสบสุข ที่จัดไว้เสร็จแล้วอย่างนั้น รุ่งโรจน์ด้วยรัตนะนานาชนิด มั่งคั่งด้วยกามสมบัติทุก อย่าง ในกรุงสาวัตถี. ข้าพระองค์ พรั่งพร้อมด้วยความงดงามแห่งรูป ได้รับยกย่องในตระกูลทั้งหลาย อันมหาชนสักการะ บูชา นับถือและยำเกรงแล้ว. ข้าพระองค์ ล้ำคนทั้งหลายด้วยความงามแห่ง รูปและสิริ อันบุตรเศรษฐีหลายร้อยปรารถนาอยากได้. ข้าพระองค์ละเรือนบวชไม่มีเรือนยังไม่ทันถึง ครึ่งเดือน ก็บรรลุ สัจจะ ๔. ข้าพระองค์จักเนรมิตรถเทียมม้า ๔ ตัว ด้วยฤทธิ์ มาถวายบังคมพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่ พึ่งของโลก เป็นผู้มีสิริ. ข้าพระองค์เป็นผู้ชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสต ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ชำนาญเจโตปริยญาณ. ข้าพระองค์รู้ปุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุ สิ้นอาสวะทุกอย่าง บัดนี้ ไม่มีการเกิดอีก. ญาณในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณของ ข้าพระองค์บริสุทธิ์ไร้มลทิน เพราะอานุภาพของ พระผู้ทรงแสวงคุณอันยิ่งใหญ่. ชั่วขณะ ชนจำนวนนับพัน ก็น้อมเอาจีวร บิณฑบาต คิลานปัจจัยและเสนาสนะ เข้ามาโดยรอบ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka