เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพระองค์เกิดในสกุลเศรษฐี
ทรัพย์มาก ประสบสุข ที่จัดไว้เสร็จแล้วอย่างนั้น
รุ่งโรจน์ด้วยรัตนะนานาชนิด มั่งคั่งด้วยกามสมบัติทุก
อย่าง ในกรุงสาวัตถี.
ข้าพระองค์ พรั่งพร้อมด้วยความงดงามแห่งรูป
ได้รับยกย่องในตระกูลทั้งหลาย อันมหาชนสักการะ
บูชา นับถือและยำเกรงแล้ว.
ข้าพระองค์ ล้ำคนทั้งหลายด้วยความงามแห่ง
รูปและสิริ อันบุตรเศรษฐีหลายร้อยปรารถนาอยากได้.
ข้าพระองค์ละเรือนบวชไม่มีเรือนยังไม่ทันถึง
ครึ่งเดือน ก็บรรลุ สัจจะ ๔.
ข้าพระองค์จักเนรมิตรถเทียมม้า ๔ ตัว ด้วยฤทธิ์
มาถวายบังคมพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่
พึ่งของโลก เป็นผู้มีสิริ.
ข้าพระองค์เป็นผู้ชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสต
ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ชำนาญเจโตปริยญาณ.
ข้าพระองค์รู้ปุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุ
สิ้นอาสวะทุกอย่าง บัดนี้ ไม่มีการเกิดอีก.
ญาณในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณของ
ข้าพระองค์บริสุทธิ์ไร้มลทิน เพราะอานุภาพของ
พระผู้ทรงแสวงคุณอันยิ่งใหญ่.
ชั่วขณะ ชนจำนวนนับพัน ก็น้อมเอาจีวร
บิณฑบาต คิลานปัจจัยและเสนาสนะ เข้ามาโดยรอบ.