กามทั้งหลาย เปรียบด้วยหอกและหลาวเป็น
เครื่องบีบคั้นขันธ์ทั้งหลาย ท่านเอ่ยถึงความยินดีใน
กามอันใด บัดนี้เราไม่มีความยินดีอันนั้น.
ความเพลิดเพลินในกามทั้งปวง เราขจัดเสียแล้ว
กองแห่งความมืด [อวิชชา] เราก็ทำลายเสียแล้ว ดูก่อน
มารผู้มีบาป ท่านจงรู้ไว้เถิด ดูก่อนมารผู้กระทำที่สุด
ถึงตัวท่านเราก็ขจัดเสียแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตํ สหสฺสานิปิ ธุตฺตกานํ สมาคตา
เอทิสกา ภเวยฺยุํ ความว่า ท่านเป็นเช่นใด เหล่านักเลง แม้จำนวนหลาย
แสนเช่นนั้น คือเห็นปานนั้น พึงมาชุมนุมกัน บทว่า โลมํ น อิญฺเช
นปิ สมฺปเวเธ ความว่า แม้มาตรว่าขนไม่พึงหวั่นไม่พึงไหว. บทว่า กึ เม
ตุวํ มาร กริสฺสเสโก ความว่า ดูก่อนมาร ท่านผู้เดียวจักทำอะไรเราได้
บัดนี้ พระเถรีเมื่อจะชี้แจงว่า มารไม่สามารถทำอะไร ๆ แก่ตนได้
จึงกล่าวคาถาว่า เอสา อนฺตรธายามิ เป็นต้น. คาถานั้น มีความว่า ดู
ก่อนมาร เรานั้นยืนอยู่ต่อหน้าท่าน ก็หายตัวได้ ท่านมองไม่เห็น เราเข้า
ท้องท่าน ทั้งที่ไม่รู้นั่นแหละก็ได้ ยืนอยู่ระหว่างคิ้วก็ได้ และเรายืนอยู่อย่างนั้น
ท่านก็ไม่เห็น.
หากจะถามว่า เพราะเหตุไร ก็ตอบได้ว่า เพราะเราชำนาญในจิต
อบรมอิทธิบาทดีแล้ว. อธิบายว่า ดูก่อนมาร เราเป็นได้ เพราะจิตของเรา
ชำนาญแล้ว แม้อิทธิบาท ๔ เราก็อบรมดีแล้ว ทำให้มากแล้ว เพราะฉะนั้น
เราจึงสามารถ เพราะอยู่ในอิทธิวิสัยตามที่กล่าวมาแล้ว. ข้อนอกนั้นทั้งหมด
ง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง.
จบ อรรถกถาอุบลวรรณาเถรีคาถา
จบ อรรถกถาทวาทสกนิบาต