แต่ก่อน. บทว่า ตํ ชราย ขลิตํ สิรํ กตํ ความว่า ศีรษะที่งามอย่าง
นั้นนั้น เดี๋ยวนี้ ถูกชราทำให้เลี่ยนคือ ทำผมให้ร่วง ขาดเป็นฝอยๆ.
บทว่า จิตฺตการสุกตาว เลขิกา ความว่า แต่ก่อนคิ้วของข้าพเจ้า
เหมือนดังรอยเขียนที่จิตรกรช่างศิลป์บรรจงเขียนด้วยสีเขียว. บทว่า โสภเต
สุ ภมุก ปุเร มม ความว่า แต่ก่อนคิ้วที่สวยของข้าพเจ้าก็นับว่างาม. บทว่า
วลีหิ ปลมฺพิตา ได้แก่ ก็ตั้งห้อยลงเพราะรอยย่นที่เกิดที่ริมหน้าผาก.
บทว่า ภสฺสรา แปลว่ามีประกาย. บทว่า สุรุจิรา แปลว่า งาม
ดี. บทว่า ยถา มณิ แปลว่า เหมือนแหวนตรามณี. บทว่า เนตฺตาเหสุํ
แปลว่า ได้เป็นดวงตาที่งาม. บทว่า อภินีลมายตา แปลว่า เขียวจัด
กว้าง. บทว่า เต ได้แก่ ดวงตา. บทว่า ชรายภิหตา แปลว่า อันชรา
ทำลายเสียแล้ว.
บทว่า สณฺทตุงฺคสทิสี จ ได้แก่ โด่ง งาม และรับกับส่วนแห่ง
ดวงหน้า และอวัยวะนอกนั้น. บทว่า โสภเต ความว่า จมูกของข้าพเจ้า
งามดังเกลียวหรดาลที่ฟันตั้งไว้. บทว่า สุ อภิโยพฺพนํ ปติ ความว่า จมูก
ในสมัยแรกรุ่นที่งามนั้น บัดนี้ก็เป็นเหมือนลดลงและเหมือนถูกกัน [ไม่ให้
โด่ง] เพราะชราห้ามความงามไว้. ด้วยบทว่า กงฺกณํว สุกตํ สุนิฏฺิตํ
พระอัมพปาลีเถรี กล่าวหมายถึงความกลมกลึง ประหนึ่งเครื่องประดับปลาย
แขนทอง ที่นายช่างทำอย่างดี. บทว่า โสภเต ก็คือ โสภนฺเต แปลว่า
งาม หรือบาลีก็ว่า โสภนฺเต. คำว่า สุ เป็นเพียงนิบาต. บทว่า กณฺณปาฬิโย
[กลีบหู] ได้แก่ ใบหู. บทว่า วลิภิปฺปลมฺภิตา ความว่า ก็เหี่ยวย่นเพราะ
ความเหี่ยวที่เกิดขึ้นในที่นั้น ๆ เป็นเกลียวดั่งท่อนผ้าที่บิด ตกห้อยลง.