องค์ ครองความเป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐
พระองค์ ธรรมดาว่าความปรารถนาทางใจ ก็สำเร็จ
แก่ข้าพเจ้าทุกอย่าง ข้าพเจ้าเสวยสมบัติ ทั้งในหมู่
เทวดา ทั้งในหมู่มนุษย์ เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้า
เกิดในสกุลพราหมณ์ ชื่อโรหิณี พวกญาติพากันรัก
นักหนา ข้าพเจ้าไปสำนักภิกษุฟังธรรมตามเป็นจริง
เกิดสลดใจ จึงบวชไม่มีเหย้าเรือน ข้าพเจ้าตั้งความ
เพียรโดยแยบคายจึงบรรลุพระอรหัตนั้น ในกัปนับแต่
กัปที่ ๙๑ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ถวายปุวทาน [ถวายขนม]
อันใด ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลของปุวทานอัน
นั้น กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็เผาเสียแล้ว ฯลฯ คำสอน
ของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว.
พระโรหิณีเถรี ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ก็พิจารณาทบทวนความเป็น
มาของตน แล้วกล่าวเป็นอุทาน ซึ่งคาถาทั้งหลาย ที่บิดาและตนเองพูดจาโต้
ตอบกัน ในเวลาที่ตนเป็นพระโสดาบันแต่ก่อน
บิดาถามข้าพเจ้าว่า
ลูกเอ๋ย ลูกหลับก็พูดว่าสมณะ ตื่นก็พูดว่าสมณะ
ระบุแต่สมณะเท่านั้น เห็นที่ลูกจักบวชเป็นสมณะเสีย
แน่แท้ โรหิณีเอ๋ย ลูกถวายข้าวน้ำอย่างสมบูรณ์แก่
เหล่าสมณะ พ่อขอถาม ณ บัดนี้ เพราะเหตุไร
เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก พวกสมณะ ไม่ชอบ
ทำงาน เกียจคร้าน อาศัยแต่ของที่คนอื่นให้เลี้ยงชีพ
หวังแต่จะได้ ชอบของอร่อย เพราะเหตุไร เหล่า
สมณะจึงเป็นที่รักของลูก.