Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 374

เล่ม มมร. 54 หน้า 374 ข้อ 468
องค์ ครองความเป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐ พระองค์ ธรรมดาว่าความปรารถนาทางใจ ก็สำเร็จ แก่ข้าพเจ้าทุกอย่าง ข้าพเจ้าเสวยสมบัติ ทั้งในหมู่ เทวดา ทั้งในหมู่มนุษย์ เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้า เกิดในสกุลพราหมณ์ ชื่อโรหิณี พวกญาติพากันรัก นักหนา ข้าพเจ้าไปสำนักภิกษุฟังธรรมตามเป็นจริง เกิดสลดใจ จึงบวชไม่มีเหย้าเรือน ข้าพเจ้าตั้งความ เพียรโดยแยบคายจึงบรรลุพระอรหัตนั้น ในกัปนับแต่ กัปที่ ๙๑ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ถวายปุวทาน [ถวายขนม] อันใด ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลของปุวทานอัน นั้น กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็เผาเสียแล้ว ฯลฯ คำสอน ของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว. พระโรหิณีเถรี ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ก็พิจารณาทบทวนความเป็น มาของตน แล้วกล่าวเป็นอุทาน ซึ่งคาถาทั้งหลาย ที่บิดาและตนเองพูดจาโต้ ตอบกัน ในเวลาที่ตนเป็นพระโสดาบันแต่ก่อน บิดาถามข้าพเจ้าว่า ลูกเอ๋ย ลูกหลับก็พูดว่าสมณะ ตื่นก็พูดว่าสมณะ ระบุแต่สมณะเท่านั้น เห็นที่ลูกจักบวชเป็นสมณะเสีย แน่แท้ โรหิณีเอ๋ย ลูกถวายข้าวน้ำอย่างสมบูรณ์แก่ เหล่าสมณะ พ่อขอถาม ณ บัดนี้ เพราะเหตุไร เหล่าสมณะจึงเป็นที่รักของลูก พวกสมณะ ไม่ชอบ ทำงาน เกียจคร้าน อาศัยแต่ของที่คนอื่นให้เลี้ยงชีพ หวังแต่จะได้ ชอบของอร่อย เพราะเหตุไร เหล่า สมณะจึงเป็นที่รักของลูก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka