Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 381

เล่ม มมร. 54 หน้า 381 ข้อ 468
บทว่า หิรญฺํ ได้แก่ กหาปณะ. บทว่า รูปิยะ ได้แก่ เงิน. บทว่า ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปนฺติ ได้แก่ ไม่เศร้าโศกถึงอดีตเรื่องที่ล่วงมา แล้ว และไม่มุ่งหวังอนาคตเรื่องที่ยังไม่มาถึง ย่อมดำรงชีพคือยังอัตภาพให้ เป็นไป ด้วยปัจจัยปัจจุบัน คือที่เกิดเฉพาะหน้า. บทว่า อญฺญมญฺํ ปิหยนฺติ ได้แก่ กระทำไมตรีในกันและกัน. บาลีว่า ปิหายนฺติ ดังนี้ก็มี ความก็อย่างนั้นเหมือนกัน. พราหมณ์นั้น ฟังคุณของภิกษุทั้งหลายในสำนักธิดาอย่างนี้แล้ว มี ใจเลื่อมใส เมื่อจะสรรเสริญธิดา จึงกล่าวคาถาว่า อตฺถาย วต เป็นต้น. บทว่า อนฺหมฺปิ แปลว่า ของเราบ้าง. บทว่า ทกฺขิณํ ได้แก่ ไทยธรรม. บทว่า เอตฺถ ได้แก่ ในสมณะเหล่านั้น. บทว่า ยญฺโ ได้แก่ ทาน ธรรม. บทว่า วิปุโล ได้แก่ มีผลไพบูลย์. คำที่เหลือ มีนัยดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนั้น. พราหมณ์ตั้งอยู่ในสรณะและศีลอย่างนี้แล้ว ต่อมา เกิดความสลดใจ ก็บวชเจริญวิปัสสนาตั้งอยู่ในพระอรหัต พิจารณาทบทวนความเป็นมาของตน เมื่อจะอุทาน จึงกล่าวคาถาว่า พรฺหฺมพนฺธุ เป็นต้น ความของอุทานนั้น ได้กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น. จบ อรรถกถาโรหิณีเถรีคาถา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka