ข้าพเจ้าอายุได้ ๓๐ ปีก็ตาย เกิดเป็นเด็กหญิงใน
ตระกูลช่างทำเกวียน ที่เข็ญใจ มีโภคะน้อย เป็นที่
รุมทวงหนี้ของเจ้าหนี้.
เมื่อหนี้พอกพูนทับถมกันมากขึ้น แต่นั้นนาย
กองเกวียน ก็ริบสมบัติฉุดเอาข้าพเจ้าซึ่งกำลังรำพัน
อยู่ออกจากเรือนของสกุล.
บุตรของนายกองเกวียน ชื่อคิริทาสเห็นข้าพเจ้า
เป็นสาววัยรุ่นอายุ ๑๖ ปี ก็มีจิตปฏิพัทธ์ ขอไปเป็น
ภริยา.
แต่นายคิริทาสนั้น มีภริยาอยู่ก่อนคนหนึ่ง เป็น
คนมีศีล มีคุณ มียศ จงรักสามี ข้าพเจ้าก็ทำให้สามี
เกลียดนาง ข้อที่สามีทั้งหลายเลิกร้างข้าพเจ้าซึ่งปรน-
นิบัติดุจทาสีไป ก็เป็นผลกรรมของกรรมนั้น ที่สุดแม้
ของกรรมนั้น ข้าพเจ้าก็กระทำเสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นครมฺหิ กุสุมนาเม ได้แก่ ในนครที่
ขนานนามด้วยกุสุมศัพท์อย่างนี้ว่า กุสุมนคร นครแห่งดอกไม้ บัดนี้พระเถรี
แสดงนครนั้น โดยสรุปว่า ปาฏลิปุตฺตมฺหิ. บทว่า ปวิยา มณฺเฑ
ได้แก่ เป็นที่ผ่องแผ้วทั่วทั้งแผ่นดิน. บทว่า สกฺยกุลกุลีนาโย ได้แก่ เป็น
ธิดาของสกุลในศากยสกุล ท่านกล่าวอย่างนี้ ก็เพราะเป็นผู้บวชในศาสนาของ
พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นโอรสแห่งศากยราชสกุล.
บทว่า ตตฺถ ได้แก่ บรรดาภิกษุณี ๒ รูปนั้น. บทว่า โพธิ ได้แก่
พระเถรีมีชื่ออย่างนี้. บทว่า ฌานชฺฌายนรตาโย ได้แก่ ผู้ยินดียิ่งในการเพ่ง