บทว่า อปฺโปสฺสุกฺกา ได้แก่ ไม่มีความขวนขวายในกิจอย่างอื่น.
บทว่า ฆฏิสฺสํ ประกอบความว่า ประโยชน์อะไรด้วยโทษ คือกายที่ไม่มี
แก่นสารในภพ ซึ่งสัตว์ชื่นชมกันนักหนา ลูกจักพยายาม จักประกอบเนือง ๆ
ซึ่งภาวนา.
บทว่า ภวตณฺหาย นิโรธา ได้แก่ เพราะเหตุดับ คือเพื่อดับ
ตัณหาที่ไปในภพ [ภวตัณหา].
ประกอบความว่า ความเกิดขึ้นแห่งพระพุทธะทั้งหลาย ลูกได้แล้ว
อขณะ ๘ อย่างมีการเกิดในนรกเป็นต้น ก็เว้นไปแล้ว ขณะที่ ๙ ชื่อว่าขณะ
ลูกก็ได้แล้ว. บทว่า สีลานิ ได้แก่ ปาริสุทธิศีล ๔. บทว่า พฺรหฺมจริยํ
ได้แก่ ศาสนพรหมจรรย์. บทว่า น ทูเสยฺยํ ได้แก่ ไม่ทำให้กำเริบ.
บทว่า น ตาว อาหารํ อาหริสฺสํ คหฏฺา ประกอบความว่า
พระนางสุเมธากราบทูลพระชนกชนนีอย่างนี้ว่า ก่อนอื่น ลูกเป็นคฤหัสถ์ก็จัก
ไม่แตะต้องอาหาร ถ้าลูกไม่ได้บวช ก็จักผอมตายอย่างเดียวเพคะ.
บทว่า อสฺสา ได้แก่พระนางสุเมธา. บทว่า สพพฺโส สมภิหโต
แปลว่า ทั่วพระพักตร์นองด้วยพระอัสสุชล. บทว่า ฆเฏนฺติ สญฺาเปตุํ
ความว่า พระชนกชนนี ทรงพากเพียรพยายามที่จะให้พระนางสุเมธา ซึ่งฟุบ
ลงที่พื้นดิน ณ พื้นปราสาท. ยินยอมเป็นคฤหัสถ์. บาลีว่า ฆเฏนฺติ วายมนฺติ
ก็มี ความก็อย่างนี้เหมือนกัน.
บทว่า กึ โสจิเตน ได้แก่ ประโยชน์อะไรด้วยความเศร้าโศกว่า
เราไม่ได้บวช. บทว่า ทินฺนาสิ วารณวติมฺหิ แปลว่า [ลูก] พ่อได้ถวาย
ไว้ที่วารณวดีนครแล้ว พระเจ้าโกญจะตรัสว่า พ่อได้ถวายแล้ว แล้วตรัสอีก
ว่า ลูกพ่อ ถวายแล้ว ก็เพื่อทรงแสดงอย่างหนักแน่นว่า ทรงมอบถวายพระเจ้า
อนิกรัตตะแล้ว.