Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 54 หน้าที่ 514

เล่ม มมร. 54 หน้า 514 ข้อ 474
บทว่า นิพฺพุยฺหติ สุสานํ อจิรํ กาโย อเปตวิญฺาโณ ความว่า ไม่นานนัก กายนี้ปราศจากวิญญาณแล้ว เขาก็จะช่วยกันยกผู้นำไปยังป่าช้า. บทว่า ฉุฑฺโฑ แปลว่า ทิ้งแล้ว. บทว่า กลิงฺครํ วิย ได้แก่ เสมือน ชิ้นไม้ที่ไร้ประโยชน์. บทว่า ชิคุจฺฉมาเนหิ าตีหิ แปลว่า แม้อันคนที่ เป็นญาติผู้เกลียดอยู่. บทว่า ฉุทฺธูน นํ สุสาเน ได้แก่ ทิ้งศากศพนั้นไว้ในป่าช้า. บทว่า ปรภตฺตํ ได้แก่ เป็นอาหารของเหล่าสัตว์อื่นมีสุนัขบ้านและสุนัขจิ้งจอกเป็นต้น บทว่า นฺหายนฺติ ชิคุจฺฉนฺตา ความว่า บิดามารดาเกลียดโดยเหตุเพียงว่า มาตามหลังซากศพนั้นกลับมาบ้าน ก็ต้องลงอาบน้ำดำเกล้า ไม่ต้องกล่าวถึงผู้ ที่ถูกต้องซากศพดอก. บทว่า นิยกา มาตาปิตโร ได้แก่ แม้แต่บิดามารดา ของตนเอง. บทว่า กึ ปน สาธารณา ชนตา ได้แก่ จะต้องกล่าวอะไร เล่าว่า ชุมชนนอกนี้ก็เกลียด. บทว่า อชฺโฌสิตา ได้แก่ ยึดมั่นด้วยอำนาจตัณหา. บทว่า อสาเร ได้แก่ ที่เว้นจากสาระ มีความเที่ยงเป็นสาระเป็นต้น. บทว่า วินิพฺภุชิตฺวา ได้แก่ ทำการแยกวิญญาณออกไป. บทว่า คนฺธสฺส อสหมานา ได้แก่ ทนกลิ่นของกายนั้นไม่ได้. บทว่า สกาปิ มาตา ได้แก่ แม้แต่มารดาของตนก็เกลียด เพราะต้องทะนุถนอมอย่างดี โดยความเป็นของปฏิกูล เพราะแยกส่วนทั้งหลายออกไป. บทว่า ขนฺธธาตุอายตนํ ความว่า ขันธ์ ธาตุ และอายตนะ อย่างนี้ คือ ปัญจขันธ์เหล่านั้น มีรูปขันธ์เป็นต้น ธาตุ ๑๘ เหล่านี้ มีจักขุ ธาตุเป็นต้น อายตนะ ๑๒ มี จักขายตนะเป็นต้น ธรรมชาติที่เป็นรูปและมิใช่ รูป ดังกล่าวมานี้ทั้งหมด ชื่อว่าสังขตะ เพราะปัจจัยทั้งหลายประชุมรวมกัน สร้างขึ้น ธรรมชาตินี้นั้น ที่เป็นไปอยู่ในภพนั้น ชื่อว่าเป็นทุกข์ ที่ชื่อว่ามี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka