แม้ทั้งสองนอกนี้จึงถามนกกระทำ โดยนัยก่อนนั่นแหละ. นกกระทานั้นกล่าว
ว่า สหายทั้งหลาย เมื่อก่อน ต้นไทรใหญ่ได้มีอยู่ในที่ชื่อโน้น เรากินผลของ
มันแล้วถ่ายอุจจาระลงในที่นี้ แต่นั้น ต้นนี้จึงเกิดเป็นอย่างนั้น เราจึงรู้จักต้น
ไทรนี้ ตั้งแต่มันยังไม่เกิด เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้แก่กว่าท่านทั้งหลายโดย
กำเนิด. เมื่อนกกระทำกล่าวอย่างนี้ ลิงและช้างจึงกล่าวกะนกกระทำผู้เป็น
บัณฑิตว่า สหาย ท่านเป็นผู้แก่กว่าเราทั้งหลาย จำเดิมแต่นี้ไป พวกเราจัก
กระทำสักการะ การเคารพ การนับถือ การไหว้ การบูชา และการอภิวาท
การลุกรับ อัญชลีกรรม สามีจิกรรม แก่ท่าน และจักตั้งอยู่ในโอวาทของ
ท่าน อนึ่ง ตั้งแต่นี้ไป ท่านพึงให้โอวาทและอนุศาสนีแก่เราทั้งหลาย ตั้งแต่
นั้นมา นกกระทาได้ให้โอวาทแก่ลิงและช้างเหล่านั้นให้ตั้งอยู่ในศีล แม้ในเอง
ก็สมาทานศีล. สหายแม้ทั้งสามนี้นั่งอยู่ในศีล ๕ มีความเคารพยำเกรงกันและ
กัน มีความประพฤติเป็นสภาคกัน ในเวลาสิ้นชีวิต ได้เป็นผู้มีเทวโลกเป็นที่
ไปในเบื้องหน้า. การสมาทานของสหายทั้งสามนั้น ได้ชื่อว่าติตติรพรหมจรรย์
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ชื่อว่าสัตว์ดิรัจฉานเหล่า
นั้น ยังมีความเคารพ มีความยำเกรงกันและกันอยู่ ฝ่ายเธอทั้งหลายก็บวชใน
พระธรรมวินัยที่เรากล่าวดีแล้วอย่างนี้ เพราะเหตุไร จึงไม่เคารพยำเกรงกัน
และกันอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตั้งแต่นี้ไป เราอนุญาตการอภิวาท การลุกรับ
การอัญชลีกรรม สามีจิกรรม ตามผู้ที่แก่กว่า อาสนะเลิศ น้ำเลิศ ก้อนข้าว
เลิศ ตามผู้ที่แก่กว่า แก่เธอทั้งหลาย ทั้งแต่นี้ไปผู้ใหม่กว่าไม่พึงห้ามเสนาสนะ
ผู้แก่กว่า ภิกษุใดห้าม ภิกษุนั้นต้องอาบัติทุกกฏดังนี้ ครั้นทรงนำพระธรรม
เทศนานี้มาอย่างนี้แล้ว ทรงเป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว จึงตรัสพระคาถานี้
ว่า
นรชนเหล่าใด ฉลาดในธรรม นอบน้อมคนผู้
ใหญ่ นรชนเหล่านั้น เป็นผู้ได้รับความสรรเสริญใน
ปัจจุบันนี้ และมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.