Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 55 หน้าที่ 361

เล่ม มมร. 55 หน้า 361 ข้อ 39
เทศนานี้มาสืบต่ออนุสนธิแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า นกยางในครั้งนั้น ได้เป็นพระจีวรวัฑฒกะผู้อยู่ในพระเชตวัน ปูในครั้งนั้นได้เป็นพระ จีวรวัฑฒกะชาวบ้านนอก ส่วนรุกขเทวดาในครั้งนั้น ได้เป็นเรา เองแล. จบพกชาดกที่ ๘ ๙. นันทชาดก ว่าด้วยการกล่าวคำหยาบ [๓๙] ทาสชื่อนันทกะเป็นบุตรของนางทาสี ยืน กล่าวคำหยาบคายในที่ใด เรารู้ว่า ของแห่งรัตนะทั้ง หลายและดอกไม้ทองนี้อยู่ในที่นั้น. จบนันทชาดกที่ ๙ ๙. อรรถกถานันทชาดก พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเชตวันวิหารทรงปรารภสัทธิวิหาริก ของพระสารีบุตรเถระ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า มญฺเ โสวณฺณมโย ราสิ ดังนี้. ได้ยินว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ว่าง่าย อดทนต่อถ้อยคำ (ที่สั่งสอน) กระทำ อุปการะแก่พระเถระด้วยอุตสาหะเป็นอันมาก ครั้นสมัยหนึ่ง พระเถระทูลลา พระศาสดาหลีกจาริกไปแล้ว ได้กลับมายังทักขิณาคีรีชนบท ในเวลาที่พระ เถระไปอยู่ในทักขิณาคีรีชนบทนั้น ภิกษุนั้น เป็นผู้ถือตัวจัด ไม่กระทำตามคำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka