ก็แลนายพรานผู้มีใจลามก ถูกพระนางสุภัททาผู้ตกอยู่
ในอำนาจจิตทรงใช้มา ก็มาจัดแจงตระเตรียมหลุม.
[๒๓๔๑] นายพรานผู้กระทำกรรมอันชั่วช้า ขุด
หลุมเอากระดานปิดเสร็จแล้ว สอดธนูไว้ เอาลูกศร
ลูกใหญ่ ยิงพญาช้างที่มายืนอยู่ข้างหลุมของตน.
พญาช้างถูกยิงแล้ว ก็ร้องก้องโกญจนาท ช้าง
ทั้งหมดพากันบันลืออื้ออึง ต่างพากันวิ่งมารอบ ๆ
ทั้ง ๘ ทิศ ทำหญ้าและไม้ให้แหลกเป็นจุณไป.
พญาช้างเอาเท้ากระชุ่นดิน ด้วยคิดว่า เราจักฆ่า
นายพรานคนนี้ แต่ได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็น
ธงชัยของพระฤาษี ก็เกิดความรู้สึกว่า ธงชัยของพระ
อรหันต์ อันสัตบุรุษไม่ควรทำลาย.
[๒๓๔๒] ผู้ใดยังไม่หมดกิเลส ปราศจากทมะ
และสัจจะ ผู้นั้นไม่ควรจะนุ่งห่มผ้ากาสาวะ.
ส่วนผู้ใด คลายกิเลสได้แล้ว ตั้งมั่นอยู่ในศีล
ประกอบด้วยทมะและสัจจะ ผู้นั้นแลควรนุ่งห่มผ้า
กาสาวะ.
[๒๓๔๓] พญาช้างถูกลูกศรใหญ่ เสียบเข้าแล้ว
ไม่มีจิตคิดประทุษร้าย ได้ถามนายพรานว่า เพื่อนเอ๋ย
ท่านประสงค์อะไร เพราะเหตุอะไร หรือว่าใครใช้
ให้ท่านมาฆ่าเรา.