[๒๓๔๔] ดูก่อนพญาช้างที่เจริญ นางสุภัททา
พระมเหสีของพระเจ้ากาสิกราช อันประชาชนสักการะ
บูชาอยู่ในราชสกุล พระนางได้ทรงนิมิตเห็นท่าน
และได้โปรดให้ทำสักการะแก่ข้าพเจ้าแล้ว ตรัสบอก
ข้าพเจ้าว่า มีพระประสงค์งาทั้งคู่ของท่าน.
[๒๓๔๕] แท้จริงพระนางสุภัททา ทรงทราบ
ดีว่า งางาม ๆ แห่งบิดาและปู่ทวดของเรา มีอยู่เป็น
อันมาก แต่พระนางเป็นคนพาล โกรธเคือง ผูกเวร
ต้องการจะฆ่าเรา.
ดูก่อนนายพราน ท่านจงลุกขึ้นเถิด จงหยิบเลื่อย
มาตัดงาคู่นี้เถิด ประเดี๋ยวเราจะตายเสียก่อน ท่านจง
กราบทูลพระนางสุภัททาผู้ยังผูกโกรธว่า พญาช้างตาย
แล้ว เชิญพระนางรับงาคู่นี้ไว้เถิด.
[๒๓๔๖] นายพรานนั้นรีบลุกขึ้นจับเลื่อย เลื่อย
งาพญาช้างทั้งคู่อันงดงามวิลาส หาที่เปรียบมิได้ ใน
พื้นปฐพี แล้วรีบถือหลีกออกจากที่นั้นไป.
[๒๓๔๗] ช้างเหล่านั้นตกใจ ได้รับความเสียใจ
เพราะพญาช้างถูกยิง พากันวิ่งไปยังทิศทั้ง ๘ เมื่อไม่
เห็นปัจจามิตรของพญาช้าง ก็พากันกลับมายังที่อยู่ของ
พญาช้าง.
[๒๓๔๘] ช้างเหล่านั้น พากันคร่ำครวญ ร่ำไห้อยู่
ณ ที่นั้น ต่างเกลี่ยอังคารขึ้นบนกระพองของตน ๆ