Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 61 หน้าที่ 464

เล่ม มมร. 61 หน้า 464 ข้อ 2391 2392
สามีให้บอกความลับ เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ ควรแพร่งพรายความลับสำคัญ แม้แก่ภรรยานั้น. [๒๓๙๑] บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับเลย ควรรักษาความลับนั้นไว้ เหมือนรักษาขุมทรัพย์ ความลับอันบุคคลอื่นรู้เข้า ทำให้แพร่งพรายไม่ดีเลย. คนฉลาดไม่ควรขยายความลับแก่สตรี ศัตรู คนมุ่งอามิส และแก่คนผู้หมายล้วงดวงใจ. คนใดให้ผู้ไม่มีความคิดล่วงรู้ความลับ ถึงแม้ เขาจะเป็นคนใช้ของตน ก็จำต้องอดกลั้นไว้ เพราะ กลัวความคิดจะแตก. คนมีประมาณเท่าใด รู้ความลับที่ปรึกษากันของ บุรุษ คนมีประมาณเท่านั้น ย่อมขู่ให้บุรุษนั้นหวาด กลัวได้ เพราะเหตุนั้น จึงไม่ควรขยายความลับ. ในกลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี ควรพูดเปิดเผย ความลับในที่สงัด ไม่ควรเปล่งวาจาให้เกินเวลา เพราะคนที่คอยแอบฟัง ก็จะได้ยินข้อความที่ปรึกษา กัน เพราะเหตุนั้น ข้อความที่ปรึกษากัน ก็จะถึง ความแพร่งพรายทันที. [๒๓๙๒] ผู้มีความคิดลี้ลับในโลกนี้ ย่อมปรากฏ แก่เรา เปรียบเหมือนนครอันล้วนแล้วด้วยเหล็กใหญ่โต ไม่มีประตู เจริญด้วยเรือนโรง ล้วนแต่เหล็ก ประกอบ ด้วยคู อันขุดไว้โดยรอบฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka